บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา · คลินิกเฉพาะทางกระดูกและข้อ นครปฐม

เจ็บเข่าจากการเล่นกีฬา นครปฐมตรวจให้รู้ก่อนว่ากลับไปเล่นได้เมื่อไหร่ และกลับไปแล้วจะไม่เจ็บซ้ำที่เดิม

วิ่งได้สามกิโลแล้วเข่าเริ่มเสียว ตบท้ายเกมแบดฯ แล้วข้อเท้าพลิก เตะบอลแล้วเข่าบิดจนได้ยินเสียงในข้อ หรือเข้ายิมแล้วไหล่ค้างตอนยกเหนือหัว คำถามแรกของคนที่เล่นกีฬาแทบไม่เคยเป็น “จะหายไหม” แต่เป็น “อีกนานแค่ไหนถึงจะลงเล่นได้” และคำตอบที่ตรงที่สุดเริ่มจากการรู้ให้ชัดก่อนว่าเนื้อเยื่อไหนบาดเจ็บ และบาดเจ็บระดับไหน

อาจารย์แพทย์เฉพาะทาง วุฒิบัตรออร์โธปิดิกส์ จากแพทยสภา
ประเมินก่อนกลับไปเล่น ดูว่าผ่านเกณฑ์แล้วหรือยัง ไม่ใช่แค่หายปวด
★ 5.0 จาก 109 รีวิว บน Google Maps ของคลินิก
แพทย์ตรวจข้อเข่าของผู้ที่บาดเจ็บจากการเล่นกีฬาบนเตียงตรวจในคลินิกกระดูกและข้อที่นครปฐม
ตรวจโดย รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์
วิ่ง
มินิมาราธอน
แบดมินตัน
กีฬาแร็กเกต
ฟุตบอล
ฟุตซอล
กอล์ฟ
กีฬาใช้แขนหมุน
ฟิตเนส
เวทเทรนนิ่ง
จักรยาน
ว่ายน้ำ
ทำไมคนเล่นกีฬาต้องดูแลคนละแบบ

เจ็บจากกีฬาไม่เหมือนเจ็บจากการใช้งานทั่วไป เป้าหมายปลายทางคนละอย่าง

หมอกระดูกนครปฐม ดูแลคนที่เจ็บเข่า เจ็บข้อ และเจ็บเอ็นจากการเล่นกีฬาในจังหวัดนครปฐม ที่ เบนิต้าคลินิก นครปฐม คลินิกเวชกรรมบนถนนหลังพระ ใกล้องค์พระปฐมเจดีย์ โดย รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ ผู้ถือวุฒิบัตรจากแพทยสภา

คนที่เจ็บจากการทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันต้องการแค่กลับมาเดิน ยก และก้มได้ตามปกติ แต่คุณต้องการมากกว่านั้น คุณต้องการกลับไป ออกตัว หยุดกะทันหัน เปลี่ยนทิศ กระโดด และลงพื้น ด้วยแรงหลายเท่าของน้ำหนักตัว ซ้ำ ๆ เป็นชั่วโมง ข้อที่ “หายปวดแล้ว” จึงยังไม่ได้แปลว่าข้อนั้นพร้อมรับแรงระดับนั้น และนี่คือสาเหตุที่คนจำนวนมากกลับไปเล่นแล้วเจ็บซ้ำที่เดิมภายในไม่กี่สัปดาห์

สิ่งที่เราทำจึงไม่ใช่แค่ทำให้หายปวด แต่คือ ระบุให้ได้ว่าเนื้อเยื่อไหนเสียหาย ระดับไหน แล้ววางลำดับการกลับไปเล่นให้เป็นขั้น พร้อม เกณฑ์ที่วัดได้ ว่าเมื่อไหร่ถึงจะขยับไปขั้นถัดไป ไม่ใช่นับวันบนปฏิทินอย่างเดียว

ระบุเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บเอ็น กล้ามเนื้อ หมอนรอง หรือกระดูก
ประเมินซ้ำเป็นระยะวัดผลก่อนเพิ่มความหนักทุกครั้ง
เกณฑ์ก่อนลงสนามผ่านครบแล้วค่อยกลับไปแข่ง
การทดสอบการเคลื่อนไหวและการทรงตัวขาเดียวของผู้ที่บาดเจ็บจากกีฬา ในห้องตรวจของคลินิกกระดูกและข้อ
แยกตามชนิดกีฬา

เจ็บตรงไหน บอกได้เกือบทั้งหมดว่าคุณเล่นกีฬาอะไร

แต่ละกีฬาสร้างแรงในทิศทางที่ต่างกัน จุดที่รับแรงซ้ำ ๆ จึงต่างกันตามไปด้วย ลองหาชนิดกีฬาของคุณในกลุ่มด้านล่าง แล้วดูว่าตำแหน่งที่คุณเจ็บตรงกับที่พบบ่อยหรือไม่

นักวิ่ง — เจ็บจากการรับแรงซ้ำ ไม่ใช่จากอุบัติเหตุ

การวิ่งแทบไม่มีการปะทะ แต่เท้ากระแทกพื้นเป็นหมื่นครั้งต่อการซ้อมหนึ่งครั้ง สิ่งที่นักวิ่งในนครปฐมมาหาเราบ่อยที่สุดคือ ปวดเข่าด้านหน้ารอบลูกสะบ้า ที่เป็นมากตอนลงบันไดหรือวิ่งลงเนิน ปวดเข่าด้านนอก ที่ค่อย ๆ ตื้อขึ้นหลังวิ่งไปได้ระยะหนึ่ง ปวดหน้าแข้ง หลังเพิ่มระยะเร็วเกินไป และ เจ็บเอ็นร้อยหวาย ที่ตึงมากที่สุดตอนก้าวแรกหลังตื่นนอน

แบดมินตัน วอลเลย์บอล บาสเกตบอล — กระโดดและหยุดกะทันหัน

กีฬากลุ่มนี้เบรกและเปลี่ยนทิศตลอดเวลา จุดที่รับแรงมากที่สุดคือ เอ็นลูกสะบ้า ซึ่งเจ็บใต้ลูกสะบ้าเวลากระโดดและย่อลง ข้อเท้าพลิก จากการลงพื้นทับเท้าคู่แข่งหรือลงผิดจังหวะ และการบาดเจ็บภายในเข่าจากการ หมุนตัวขณะเท้าติดพื้น คนที่ข้อเท้าพลิกซ้ำที่เดิมหลายครั้งควรมาตรวจ เพราะข้อที่ยังไม่ฟื้นเต็มจะพลิกง่ายขึ้นเรื่อย ๆ

ฟุตบอลและฟุตซอล — เข่าบิด เอ็นไขว้ ข้อเท้าพลิก

เตะบอลรวมทั้งการปะทะ การหมุนตัวขณะปุ่มรองเท้ายึดพื้น และการลงจากการกระโดดผิดจังหวะไว้ในเกมเดียว การบาดเจ็บที่ต้องระวังที่สุดคือ เอ็นไขว้หน้า และ หมอนรองกระดูกเข่า ซึ่งมักเกิดตอนเข่าบิดโดยที่เท้าอยู่กับที่ อีกกลุ่มที่พบมากคือ เอ็นด้านในเข่า จากการโดนปะทะด้านนอกเข่า และ กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังฉีก ตอนออกตัวเร็ว

กอล์ฟ เทนนิส — ข้อศอกและหัวไหล่จากการหมุนแขนซ้ำ

กีฬาที่ใช้แขนเหวี่ยงหมุนซ้ำเป็นร้อยครั้งต่อรอบทำให้เอ็นที่เกาะข้อศอกรับภาระหนัก อาการที่พบบ่อยคือ เจ็บข้อศอกด้านใน เวลากำหรือคว่ำมือ เจ็บข้อศอกด้านนอก เวลาเหยียดข้อมือ และ เจ็บหัวไหล่เวลายกแขนเหนือระดับหัว กลุ่มนี้มักปล่อยไว้นานเพราะยังตีได้ แล้วค่อยมาเมื่อจับด้ามไม่ไหวหรือเปิดขวดน้ำก็เจ็บ

ฟิตเนสและเวทเทรนนิ่ง — ไหล่ หลังส่วนล่าง และเข่า

คนเข้ายิมส่วนใหญ่ไม่ได้บาดเจ็บจากท่าที่ยากที่สุด แต่จากการเพิ่มน้ำหนักเร็วกว่าที่เอ็นจะปรับตัวทัน สามจุดที่เจอบ่อยคือ หัวไหล่ จากท่าดันเหนือหัวและท่าดึงหลังศีรษะ หลังส่วนล่าง จากท่าที่หลังงอขณะรับน้ำหนัก และ เข่า จากท่าย่อลึกที่เข่าบิดเข้าใน อาการที่ต้องระวังคือเจ็บที่ค้างเกินสองถึงสามวันหลังเล่น ไม่ใช่แค่ระบมวันรุ่งขึ้น

จักรยานและว่ายน้ำ — เจ็บจากท่าที่ไม่พอดีกับตัว

สองกีฬานี้แรงกระแทกต่ำ แต่ทำท่าเดิมซ้ำหลายพันรอบ นักปั่นมักเจอ ปวดเข่าด้านหน้า จากอานต่ำหรือรอบขาต่ำเกินไป และ ปวดหลังส่วนล่าง จากท่าก้มยาว ๆ ส่วนนักว่ายน้ำมัก เจ็บหัวไหล่ จากรอบแขนที่มากขึ้นเร็วเกินไป ทั้งสองกลุ่มมักดีขึ้นชัดเมื่อแก้ที่ท่าและปริมาณ ควบคู่กับการฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง

คำถามยอดฮิตของนักวิ่ง

วิ่งแล้วปวดเข่า ปวดตรงไหนแปลว่าอะไร

“วิ่งแล้วปวดเข่า” เป็นคำเดียว แต่ตำแหน่งที่ปวดชี้ไปคนละกลไก ตารางนี้ใช้เป็นแผนที่คร่าว ๆ ก่อนมาตรวจ ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนการตรวจร่างกาย

ตำแหน่งที่ปวด ลักษณะที่มักเป็น มักสัมพันธ์กับ สัญญาณว่าควรมาตรวจ
เข่าด้านหน้า รอบลูกสะบ้า ตื้อ ๆ ปวดตอนลงบันได นั่งงอเข่านาน ๆ แล้วลุก หรือวิ่งลงเนิน แรงกดที่ผิวข้อลูกสะบ้า ร่วมกับกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขาที่ยังไม่แข็งแรงพอกับปริมาณวิ่ง ปวดจนต้องเปลี่ยนท่าวิ่ง หรือเป็นต่อเนื่องเกินสามถึงสี่สัปดาห์
เข่าด้านนอก เริ่มไม่เจ็บ แล้วตื้อขึ้นเรื่อย ๆ หลังวิ่งไปได้ระยะหนึ่งจนต้องหยุด เนื้อเยื่อด้านข้างต้นขาเสียดสีบริเวณด้านนอกข้อเข่า มักหลังเพิ่มระยะหรือเปลี่ยนเส้นทางวิ่ง ระยะที่เริ่มเจ็บสั้นลงทุกสัปดาห์ หรือเจ็บตอนเดินลงบันไดด้วย
เข่าด้านใน เจ็บจี๊ดตอนบิดตัวหรือย่อ บางคนรู้สึกเหมือนมีอะไรสะดุดในข้อ เอ็นด้านในเข่า หมอนรองกระดูกเข่าด้านใน หรือในผู้ที่อายุมากขึ้นอาจมีข้อเข่าเสื่อมร่วมด้วย มีอาการล็อกค้าง เหยียดไม่สุด หรือเข่าบวมเป็นพัก ๆ
ใต้ลูกสะบ้า กดเจ็บเป็นจุดชัด ๆ เจ็บมากตอนกระโดดหรือย่อลง เอ็นลูกสะบ้ารับภาระหนัก พบมากในคนที่เล่นกีฬากระโดดควบคู่กับการวิ่ง เจ็บตั้งแต่เริ่มวอร์มอัพ ไม่ใช่แค่ตอนท้ายการซ้อม
ข้อพับเข่าด้านหลัง ตึงแน่นเวลาเหยียดสุด บางรายคลำได้เหมือนมีก้อนนุ่ม ภาวะที่มีน้ำสะสมในข้อจากปัญหาภายในเข่า หรือกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังตึงมาก บวมขึ้นชัด เดินแล้วรู้สึกตึงจนงอเข่าไม่สุด
ข้อสังเกตที่ใช้ได้กับทุกช่องในตาราง คือ อาการที่แย่ลงทุกสัปดาห์ และ อาการที่ทำให้ท่าวิ่งของคุณเปลี่ยนไป สองอย่างนี้ไม่ควรรอดูอาการต่อ เพราะร่างกายจะไปลงแรงที่ข้ออื่นแทน แล้วกลายเป็นบาดเจ็บสองจุดพร้อมกัน
อย่าเดาว่าเดี๋ยวก็หาย

สัญญาณว่าไม่ใช่แค่ระบม แต่มีบางอย่างในข้อเสียหาย

กล้ามเนื้อระบมจากการซ้อมหนักมักดีขึ้นเองในไม่กี่วัน แต่สี่สัญญาณด้านล่างเป็นคนละเรื่อง และเป็นสิ่งที่แพทย์อยากเห็นเร็วที่สุด

ได้ยินเสียงดัง “ป๊อก” ในข้อตอนบาดเจ็บ

ไม่ใช่เสียงลั่นแบบเข่าดังก๊อกแก๊กตอนลุกนั่ง แต่เป็นเสียงเดียวดัง ๆ ที่เกิดพร้อมจังหวะที่เข่าบิดหรือลงพื้นผิดท่า หลายคนบรรยายว่า “รู้สึกเหมือนมีอะไรดีดอยู่ข้างใน” เสียงลักษณะนี้ร่วมกับการบาดเจ็บชัดเจน เป็นสิ่งที่ต้องบอกแพทย์เสมอ เพราะสัมพันธ์กับการบาดเจ็บของเอ็นภายในข้อได้

เข่าบวมขึ้นเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง

ความเร็วของการบวมมีความหมาย ข้อที่บวมตึงขึ้นชัดภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังบาดเจ็บ ต่างจากข้อที่ค่อย ๆ บวมในวันถัดไป และเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการตรวจ ไม่ใช่รอให้ยุบเองแล้วกลับไปเล่น อย่าลืมสังเกตด้วยว่าลงน้ำหนักได้เต็มเท้าหรือไม่

ข้อทรุด รู้สึกเหมือนเข่าจะพับ

อาการที่คนไข้เรียกว่า “เข่าหลุด” หรือ “เข่าจะทรุด” ขณะเปลี่ยนทิศหรือลงบันได สะท้อนว่าข้อยังไม่มั่นคงพอ ไม่ว่าจะจากเอ็นที่บาดเจ็บหรือกล้ามเนื้อที่ยังไม่ฟื้น การฝืนเล่นในสภาพนี้เพิ่มโอกาสบาดเจ็บซ้ำและทำให้โครงสร้างอื่นในข้อเสียหายตามไปด้วย

ข้อล็อกค้าง เหยียดหรืองอไม่สุด

เข่าที่จู่ ๆ ค้างอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งแล้วต้องขยับหาจังหวะให้มันคลาย หรือเหยียดได้ไม่สุดเท่าข้างที่ดี เป็นอาการที่มักสัมพันธ์กับสิ่งที่ขวางอยู่ในข้อ อาการนี้ไม่หายเองด้วยการพัก และควรได้รับการตรวจเพื่อดูว่าเกิดจากอะไร

ต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ใช่รอนัดคลินิก ถ้าหลังบาดเจ็บมีลักษณะเหล่านี้ — แขนขาผิดรูปชัดเจนหรือสงสัยกระดูกหัก ลงน้ำหนักไม่ได้เลย มีแผลเปิดถึงข้อ ปลายมือปลายเท้าซีดเย็นหรือชาไม่มีความรู้สึก ข้อบวมแดงร้อนร่วมกับมีไข้ หรือมีการกระแทกที่ศีรษะร่วมด้วย
คำถามที่ถูกค้นมากที่สุด

เจ็บเข่าจากการเล่นกีฬา กี่วันหาย

นี่คือคำถามที่ถูกพิมพ์ลงกูเกิลมากที่สุดของเรื่องนี้ และคำตอบตรงไปตรงมาคือ ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะคำว่า “เจ็บเข่าจากกีฬา” รวมทุกอย่างตั้งแต่กล้ามเนื้อระบมที่หายในสามวัน ไปจนถึงเอ็นภายในข้อฉีกที่ต้องฟื้นฟูเป็นเดือน ใครก็ตามที่บอกตัวเลขให้คุณโดยยังไม่ได้ตรวจ กำลังเดา

สิ่งที่กำหนดเวลาจริง ๆ มีอยู่สี่อย่าง และคุณควบคุมได้สองในสี่

1. เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ

กล้ามเนื้อมีเลือดมาเลี้ยงดี จึงซ่อมตัวเร็วกว่าเอ็นและหมอนรองกระดูก ส่วนโครงสร้างที่อยู่ลึกในข้อและมีเลือดมาเลี้ยงน้อยจะใช้เวลามากที่สุด การรู้ว่าเป็นเนื้อเยื่อไหนจึงเปลี่ยนคำตอบเรื่องเวลาไปคนละขั้ว

2. ระดับความรุนแรง

การบาดเจ็บของเอ็นและกล้ามเนื้อแบ่งคร่าว ๆ เป็นระดับยืด ระดับฉีกบางส่วน และระดับขาด ทั้งสามระดับใช้ชื่อเรียกเดียวกันได้ แต่ระยะเวลาและแนวทางดูแลต่างกันมาก นี่คือเหตุผลที่การตรวจร่างกายและการประเมินด้วยเครื่องมือมีค่ากว่าคำบอกเล่า

3. สิ่งที่คุณทำใน 2–3 วันแรก

ช่วงแรกหลังบาดเจ็บเฉียบพลัน การพักการใช้งาน ประคบเย็น พันยืดพอกระชับ และยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูง ช่วยคุมบวมได้จริง ตรงข้ามกับการฝืนเล่นต่อให้จบเกม นวดแรง ๆ ทันที หรือดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมักทำให้บวมมากขึ้นและยืดเวลาออกไป

4. กีฬาที่คุณจะกลับไปเล่น

กลับไปว่ายน้ำกับกลับไปเล่นฟุตบอลใช้เกณฑ์คนละชุด กีฬาที่ต้องเปลี่ยนทิศและปะทะต้องการความมั่นคงของข้อและความมั่นใจในระดับที่สูงกว่ามาก ระยะเวลาจึงยาวกว่าโดยธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะฟื้นตัวช้ากว่า

เพราะแบบนี้ วิธีที่ใช้ได้จริงกว่าการนับวัน คือการดูว่าคุณ ผ่านเกณฑ์ของแต่ละขั้นแล้วหรือยัง วันบนปฏิทินเป็นเพียงกรอบคร่าว ๆ ของการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ส่วนสิ่งที่บอกว่าคุณพร้อมจริงคือสิ่งที่ร่างกายคุณทำได้ในวันนั้น ผลลัพธ์และระยะเวลาของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามอาการและระดับความรุนแรง

การฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบเข่าด้วยอุปกรณ์แรงต้านในห้องฟื้นฟูของคลินิกกระดูกและข้อ สำหรับผู้ที่บาดเจ็บจากกีฬา
เกณฑ์กลับไปเล่น

“หายปวดแล้ว” ยังไม่ใช่ใบอนุญาตลงสนาม

ความเจ็บหายก่อนความแข็งแรงเสมอ นี่คือกับดักที่ทำให้คนกลับไปเจ็บซ้ำมากที่สุด เพราะวันที่คุณเดินได้ปกติแล้ว กล้ามเนื้อรอบข้ออาจยังอ่อนกว่าข้างที่ดีอยู่มาก และระบบการทรงตัวของข้อยังไม่กลับมาเต็ม เกณฑ์ด้านล่างคือสิ่งที่ควรผ่านให้ครบก่อนลงเล่นจริง

  • ข้อไม่บวมแล้ว และไม่กลับมาบวมในวันรุ่งขึ้นหลังออกกำลัง
  • เหยียดและงอได้สุดใกล้เคียงข้างที่ดี โดยเฉพาะการเหยียดสุด ซึ่งมักถูกมองข้าม
  • แรงกล้ามเนื้อข้างที่บาดเจ็บใกล้เคียงข้างที่ดี ไม่ใช่แค่ “รู้สึกว่าแข็งแรงพอแล้ว”
  • ยืนขาเดียวและกระโดดขาเดียวได้ โดยลงพื้นนิ่ง คุมเข่าไม่ให้บิดเข้าใน
  • วิ่ง ออกตัว หยุด และเปลี่ยนทิศ ด้วยความเร็วเต็มที่โดยไม่เจ็บและไม่ต้องระวัง
  • ผ่านการซ้อมเต็มรูปแบบมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งถึงสองครั้ง โดยไม่มีอาการในวันถัดมา
  • คุณเองมั่นใจ ความกลัวที่ยังเหลืออยู่ทำให้ท่าเล่นเปลี่ยน และท่าที่เปลี่ยนคือความเสี่ยงใหม่

ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่หลายคนคิด นักกีฬาที่ยัง “กลัวจะเจ็บอีก” มักเล่นด้วยท่าที่หลบเลี่ยงโดยไม่รู้ตัว แล้วไปลงน้ำหนักที่ข้ออีกข้างจนบาดเจ็บใหม่ การถูกประเมินและได้ยินจากแพทย์ว่าผ่านเกณฑ์แล้ว จึงมีผลทั้งทางร่างกายและทางความมั่นใจ

ลำดับการกลับไปเล่น

กลับมาเล่นทีละขั้น ไม่ใช่จากศูนย์ไปร้อยในวันเดียว

แต่ละขั้นมีเงื่อนไขของตัวเองว่าจะขยับขึ้นได้เมื่อไหร่ ถ้าอาการกลับมาในขั้นไหน ให้ถอยกลับหนึ่งขั้นแล้วค่อยเดินหน้าใหม่ ไม่ใช่ฝืนต่อ

  1. 1

    คุมอาการและคุมบวม

    ลดการอักเสบและความปวดให้อยู่ในระดับที่ขยับข้อได้ พร้อมรักษาความแข็งแรงของส่วนที่ไม่ได้บาดเจ็บไว้ ระยะนี้ไม่ได้แปลว่านอนเฉย ๆ การหยุดใช้ทั้งตัวทำให้กล้ามเนื้อหายไปเร็วกว่าที่คิด

  2. 2

    คืนพิสัยการเคลื่อนไหวและแรงพื้นฐาน

    เป้าหมายคือเหยียดงอได้สุดใกล้เคียงข้างที่ดี และกลับมาควบคุมกล้ามเนื้อรอบข้อได้ เป็นขั้นที่คนใจร้อนข้ามบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุที่ขั้นถัด ๆ ไปติดขัด

  3. 3

    สร้างแรงและความทนทานให้กลับมาเท่าข้างดี

    เพิ่มแรงต้านอย่างเป็นระบบ ฝึกการทรงตัวขาเดียว และเริ่มรับแรงกระแทกเบา ๆ ปลายขั้นนี้ควรกระโดดขาเดียวแล้วลงพื้นได้นิ่งโดยเข่าไม่บิดเข้าใน

  4. 4

    ฝึกทักษะเฉพาะกีฬาของคุณ

    นักวิ่งกลับมาไต่ระยะ นักแบดฯ ฝึกก้าวเข้าออกและกระโดดตบ นักบอลฝึกออกตัว หยุด และเปลี่ยนทิศ ทำในสภาพที่ควบคุมได้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความเร็วและความไม่แน่นอน

  5. 5

    ซ้อมเต็มรูปแบบ แล้วจึงลงแข่ง

    ผ่านการซ้อมร่วมกับคนอื่นเต็มรูปแบบโดยไม่มีอาการในวันรุ่งขึ้นก่อน จึงค่อยลงแข่ง และหลังกลับไปแข่งแล้วยังควรคงโปรแกรมป้องกันไว้ต่ออีกระยะ ไม่ใช่หยุดทันทีที่ลงสนามได้

ป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ

สาเหตุที่คนเจ็บซ้ำที่เดิม มักไม่ใช่โชคร้าย

เมื่อซักประวัติคนที่บาดเจ็บซ้ำ เรามักเจอรูปแบบเดิม ๆ ไม่กี่แบบ และเกือบทั้งหมดแก้ได้ถ้ารู้ตัวก่อน

เพิ่มโหลดเร็วกว่าที่เนื้อเยื่อจะปรับตัวทัน

นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งของอาการเจ็บแบบค่อยเป็นค่อยไป เอ็นและกระดูกปรับตัวช้ากว่าหัวใจและปอด คุณจึง “รู้สึกว่าไหว” ก่อนที่เนื้อเยื่อจะไหวจริง หลักที่ใช้ง่ายคือเพิ่มปริมาณทีละน้อยในแต่ละสัปดาห์ และไม่เพิ่มทั้งระยะ ความเร็ว และความถี่พร้อมกัน รวมถึงระวังช่วงที่กลับมาเล่นหลังหยุดยาว ซึ่งคนมักเริ่มที่ระดับเดิมก่อนหยุด

วอร์มอัพที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่ยืดค้างสองนาที

การยืดค้างนิ่ง ๆ อย่างเดียวก่อนเล่นไม่ได้เตรียมร่างกายให้พร้อมรับแรง สิ่งที่ควรมีคือทำให้ตัวอุ่นขึ้นจริง เคลื่อนไหวข้อในพิสัยที่จะใช้เล่น แล้วค่อย ๆ ไต่ความเร็วและความแรงขึ้นไปใกล้เคียงระดับที่จะเล่นจริง รวมถึงท่ากระโดดและเปลี่ยนทิศเบา ๆ สำหรับกีฬาที่ต้องใช้

จุดอ่อนเฉพาะตัวที่ไม่เคยฝึก

นักวิ่งที่กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างอ่อน คนเล่นเวทที่สะบักไม่มั่นคง หรือนักแบดฯ ที่ข้อเท้าเคยพลิกแล้วไม่เคยฝึกการทรงตัวกลับมา เป็นตัวอย่างของจุดอ่อนที่ไม่แสดงอาการจนกว่าปริมาณจะมากพอ การตรวจร่างกายช่วยชี้จุดเหล่านี้ได้ก่อนที่มันจะกลายเป็นอาการ

อุปกรณ์ พื้นสนาม และการพัก

รองเท้าที่หมดสภาพ พื้นสนามที่แข็งหรือลื่นกว่าที่เคย การนอนไม่พอ และการซ้อมหนักติดกันโดยไม่มีวันเบา ล้วนเพิ่มความเสี่ยงแบบเงียบ ๆ ถ้าคุณเปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วเริ่มเจ็บภายในสองถึงสามสัปดาห์ ให้ย้อนกลับไปดูสิ่งที่เปลี่ยนก่อนเสมอ

แพทย์ใช้เครื่องอัลตราซาวด์ประเมินเอ็นข้อเท้าของผู้ที่บาดเจ็บจากการเล่นกีฬาในห้องตรวจ
มาตรวจแล้วเจออะไรบ้าง

สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องตรวจ เมื่อคุณมาด้วยอาการบาดเจ็บจากกีฬา

ซักประวัติกลไกการบาดเจ็บ

บาดเจ็บตอนไหน ท่าอะไร เท้าอยู่ตรงไหน มีเสียงหรือไม่ บวมเร็วแค่ไหน — รายละเอียดพวกนี้บอกได้มากกว่าที่คิด

ตรวจร่างกายเฉพาะจุด

วัดองศาการเคลื่อนไหว คลำหาตำแหน่งที่กดเจ็บ และทดสอบความมั่นคงของข้อ เทียบกับข้างที่ไม่บาดเจ็บเสมอ

ใช้เครื่องมือประเมินข้อประกอบ

ประเมินข้อและเอ็นด้วยอัลตราซาวด์ หรือเอกซเรย์เมื่อมีข้อบ่งชี้ เพื่อให้คุณเห็นภาพว่ากำลังเป็นอะไรอยู่จริง ๆ

ทดสอบการเคลื่อนไหวที่คุณต้องใช้

ย่อ ยืนขาเดียว กระโดดลงพื้น หรือท่าที่ใช้ในกีฬาของคุณ เพื่อดูว่าข้อรับแรงจริงได้แค่ไหนแล้ว

วางแผนกลับไปเล่นร่วมกัน

คุยว่าเป้าหมายคุณคือกีฬาอะไร มีรายการที่ต้องลงเมื่อไหร่ แล้ววางลำดับให้ตรงกับความจริง ไม่ใช่แผนสำเร็จรูป

เสียงจากผู้เข้ารับบริการ

คนที่กลับไปเล่นได้ เขาเขียนไว้ว่าอย่างไร

ข้อความด้านล่างคัดมาจากรีวิวสาธารณะบน Google Maps ของเบนิต้าคลินิก นครปฐม แสดงเฉพาะเนื้อความ ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้เขียน ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามอาการและระยะของโรค

กลับมาทำซ้ำแน่นอน ประทับใจทั้งผลลัพธ์และบริการ ดีจนอยากแนะนำต่อ ให้5ดาว ใส่ข้อความนี้

รีวิวบน Google Maps

รักษาดีค่ะคุณหมอให้การรักษาดีค่ะมาครั้งแรกก็หายเลยค่ะพนังานต้อนรับดีมากค่ะ

รีวิวบน Google Maps

คุณหมอใส่ใจดูเเลผู้ป่วยดีมาก พนักงานบริการดีมากใส่ใจสอบดีมากๆคะ

รีวิวบน Google Maps

กลับมาเล่นได้ในรอบ6เดือน เจ็บมาจริง หายจริง บริการดี

รีวิวบน Google Maps

คลินิกสะอาด ปลอดภัย มั่นใจได้เลยค่ะ คุณหมอเก่งมาก

รีวิวบน Google Maps
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่คนเล่นกีฬาถามเราบ่อยที่สุด

เจ็บเข่าจากการเล่นกีฬา กี่วันหาย

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะคำว่าเจ็บเข่าจากกีฬาครอบคลุมตั้งแต่กล้ามเนื้อระบม ที่ดีขึ้นในไม่กี่วัน ไปจนถึงเอ็นหรือหมอนรองกระดูกเข่าฉีกที่ต้องใช้เวลาเป็นเดือน และต้องฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ สิ่งที่กำหนดเวลาจริงคือเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ ระดับความรุนแรง สิ่งที่คุณทำในช่วงแรกหลังบาดเจ็บ และกีฬาที่คุณจะกลับไปเล่น การตรวจให้รู้ชัดตั้งแต่ต้นจึงให้คำตอบเรื่องเวลาได้ตรงกว่าการเดาเอง และผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกัน

ได้ยินเสียงดังป๊อกในเข่าตอนบาดเจ็บ แล้วเข่าบวมเร็ว แปลว่าอะไร

การได้ยินเสียงดังในข้อขณะบาดเจ็บ ร่วมกับเข่าบวมขึ้นเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง และลงน้ำหนักไม่ได้เต็มที่ เป็นชุดอาการที่แพทย์ให้ความสำคัญมาก เพราะสัมพันธ์กับการบาดเจ็บของเอ็นภายในข้อหรือหมอนรองกระดูกเข่าได้ ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อระบม กรณีแบบนี้ควรหยุดเล่นและเข้ารับการตรวจ ไม่ควรรอให้บวมยุบเองแล้วกลับไปเล่นต่อ เพราะข้อที่ยังไม่มั่นคงมีโอกาสบาดเจ็บซ้ำและเสียหายเพิ่ม

เจ็บเข่าจากการเล่นกีฬา ควรประคบร้อนหรือเย็น และกินยาอะไร

ในช่วง 48 ถึง 72 ชั่วโมงแรกหลังบาดเจ็บเฉียบพลัน แนวทางทั่วไปคือพักการใช้งาน ประคบเย็น พันยืดพอกระชับ และยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูง ส่วนการประคบร้อนมักใช้กับอาการตึง หรือปวดเรื้อรังที่ไม่มีบวมแดงแล้ว เรื่องยาแก้ปวดหรือยาลดอักเสบไม่ควรเลือกเอง เพราะขึ้นกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และลักษณะการบาดเจ็บ ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรพิจารณา และห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งไว้เองโดยไม่ปรึกษา

เจ็บแล้วต้องหยุดเล่นเลยไหม หรือเล่นเบา ๆ ต่อได้

ขึ้นกับว่าอาการเปลี่ยนท่าเดินหรือท่าเล่นของคุณหรือไม่ ถ้าเจ็บเล็กน้อย ไม่บวม ไม่ทำให้เดินกะเผลก และไม่แย่ลงในวันรุ่งขึ้น ส่วนใหญ่ยังปรับลดปริมาณและความหนักแล้วเคลื่อนไหวต่อได้ แต่ถ้าเจ็บจนต้องเปลี่ยนวิธีเดินหรือเล่น ข้อบวม ข้อทรุด หรือปวดมากขึ้นทุกครั้งที่ลง ควรหยุดและมาตรวจ การฝืนเล่นทั้งที่ท่าทางเปลี่ยนไปแล้วเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการบาดเจ็บลุกลามไปยังข้ออื่น

วิ่งแล้วปวดเข่าด้านหน้า กับปวดเข่าด้านนอก ต่างกันอย่างไร

ปวดเข่าด้านหน้ารอบ ๆ ลูกสะบ้า มักเป็นมากขึ้นตอนลงบันได นั่งงอเข่านาน หรือวิ่งลงเนิน และมักสัมพันธ์กับการควบคุมกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขาที่ยังไม่พอกับปริมาณการวิ่ง ส่วนปวดด้านนอกเข่าที่ค่อย ๆ ตื้อขึ้นเมื่อวิ่งไปได้ระยะหนึ่งแล้วต้องหยุด มักสัมพันธ์กับเนื้อเยื่อด้านข้างต้นขาที่เสียดสีบริเวณข้อเข่า ทั้งสองแบบเป็นคนละกลไกกันและต้องใช้โปรแกรมฝึกคนละแบบ จึงควรตรวจให้แยกออกก่อนเริ่มฝึก

ข้อเท้าพลิกบ่อย ๆ ต้องมาตรวจไหม

ควรตรวจ ข้อเท้าที่พลิกซ้ำที่เดิมหลายครั้งมักไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนว่าเอ็นด้านข้างและระบบการทรงตัวของข้อยังไม่ฟื้นเต็มที่จากครั้งก่อน ทำให้ข้อหลวมและพลิกง่ายขึ้นเรื่อย ๆ การประเมินจะดูความมั่นคงของข้อ การทรงตัวขาเดียว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเท้า เพื่อวางโปรแกรมฝึกที่ตรงจุด และตรวจว่ามีการบาดเจ็บอื่นที่ถูกมองข้ามไปหรือไม่

จะรู้ได้อย่างไรว่าพร้อมกลับไปเล่นหรือแข่งแล้วจริง ๆ

หายปวดไม่ใช่เกณฑ์เดียว เกณฑ์ที่ใช้กันคือข้อไม่บวมแล้ว องศาการเคลื่อนไหวใกล้เคียงข้างที่ดี แรงกล้ามเนื้อของข้างที่บาดเจ็บใกล้เคียงข้างดี ทำท่าเฉพาะกีฬาอย่างกระโดดขาเดียว ออกตัว หยุด และเปลี่ยนทิศได้โดยไม่เจ็บและไม่กลัว ผ่านการซ้อมเต็มรูปแบบมาแล้วโดยไม่มีอาการในวันรุ่งขึ้น การประเมินก่อนลงแข่งจึงเป็นสิ่งที่นักกีฬาหลายคนมาทำที่คลินิกเป็นประจำ

บาดเจ็บจากกีฬาต้องผ่าตัดไหม ที่คลินิกดูแลอย่างไร

ไม่ใช่ทุกกรณี การบาดเจ็บจากกีฬาส่วนใหญ่เป็นการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เอ็น และเนื้อเยื่อรอบข้อ ซึ่งดูแลได้ด้วยแนวทางที่ไม่ต้องผ่าตัดร่วมกับการฟื้นฟูอย่างเป็นขั้นตอน ที่เบนิต้าคลินิก นครปฐม เราเริ่มจากซักประวัติกลไกการบาดเจ็บ ตรวจร่างกาย และใช้เครื่องมือประเมินข้อประกอบ เพื่อบอกว่าคุณอยู่กลุ่มไหน ถ้าพบลักษณะที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมหรือควรพิจารณาการผ่าตัด เราจะบอกตรง ๆ พร้อมเหตุผล ไม่ยื้อไว้

มีรายการที่ต้องลงเร็ว ๆ นี้ใช่ไหม เล่ามาก่อนได้

บอกว่าเล่นกีฬาอะไร บาดเจ็บตอนไหน ท่าอะไร เจ็บตรงไหน และตอนนี้ทำอะไรได้บ้าง ทีมงานช่วยประเมินเบื้องต้นและแจ้งค่าใช้จ่ายโดยประมาณให้ก่อนเดินทางมา สอบถามไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีการผูกมัด

LINE แชท LINE ตอบไว ปรึกษาก่อนได้ โทรเลย 089-354-6292