สิ่งที่ทำเองได้ และได้ผลจริง
ท่านั่ง ท่ายกของ และที่นอน ที่ช่วยเรื่องปวดหลังได้จริง
คำแนะนำเรื่องท่าทางบนอินเทอร์เน็ตมีเยอะมากจนสับสน ส่วนใหญ่พูดถึง “ท่าที่ถูกต้อง”
ราวกับมีท่าเดียวในโลกที่ปลอดภัย ความจริงจากหลักฐานปัจจุบันตรงกันข้าม
ตัวแปรที่สำคัญกว่าท่าคือระยะเวลาที่คุณค้างอยู่ในท่าเดิม
ท่านั่งทำงานที่ลดภาระหลังได้จริง
งานวิจัยในพนักงานออฟฟิศคนไทยเองพบว่า สิ่งที่ลดการเกิดปวดหลังได้มากที่สุด
ไม่ใช่การเปลี่ยนเก้าอี้หรือการนั่งตัวตรงตลอดเวลา แต่คือ
การลุกพักสั้น ๆ และขยับเปลี่ยนท่าบ่อย ๆ ตลอดวัน ครั้งละไม่กี่นาทีก็พอ
- ตั้งเวลาเตือนให้ลุกหรือขยับเปลี่ยนท่าทุก 20-30 นาที แม้แค่ลุกยืนยืดตัว 30 วินาที
- วางเท้าให้เต็มพื้น สะโพกอยู่ระดับเดียวกับเข่าหรือสูงกว่าเล็กน้อย ไม่ให้เข่าสูงกว่าสะโพก
- หาหมอนเล็กหรือผ้าม้วนหนุนหลังส่วนเอว เพื่อไม่ให้หลังทิ้งตัวงอไปด้านหลัง
- ยกจอให้ขอบบนอยู่ราวระดับสายตา ลดการยื่นคอและค่อมไหล่ ซึ่งดึงหลังส่วนบนตามมา
- อย่านั่งไขว่ห้างค้างนาน ๆ เพราะทำให้เชิงกรานบิดและหลังรับน้ำหนักไม่เท่ากัน
ท่ายกของ และเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับมัน
นี่คือจุดที่หลักฐานทางการแพทย์ขัดกับความเชื่อทั่วไปมากที่สุด
การอบรม “ท่ายกของที่ถูกต้อง” เพียงอย่างเดียว
ยังไม่เคยพิสูจน์ได้ว่าป้องกันอาการปวดหลังได้จริง
สิ่งที่สัมพันธ์กับอาการปวดหลังอย่างชัดเจนคือ ปริมาณงานสะสม ต่างหาก
คือยกหนักแค่ไหน ยกบ่อยแค่ไหน และก้มบิดตัวซ้ำ ๆ วันละกี่ร้อยครั้ง
คำแนะนำด้านล่างจึงมีไว้เพื่อลดภาระ ไม่ใช่เพื่อให้คุณกลัวว่าก้มผิดองศาเดียวแล้วหลังจะพัง
- เข้าไปให้ใกล้ของก่อน ยิ่งของอยู่ห่างตัว แรงที่ลงหลังยิ่งทวีคูณ — ข้อนี้สำคัญที่สุด
- ย่อสะโพกและเข่าลงเท่าที่ถนัด เกร็งหน้าท้องเบา ๆ ก่อนออกแรง ยกด้วยแรงขา ไม่ใช่กระตุกด้วยหลัง
- จะหันไปวางอีกด้าน ให้ หมุนเท้าตามลำตัว แทนการยืนอยู่กับที่แล้วบิดเอวไปวาง
- อย่ายกตอนใจลอย การศึกษาที่ตามหาสิ่งกระตุ้นก่อนเกิดอาการปวดหลังเฉียบพลันพบว่า
การถูกรบกวนสมาธิระหว่างยกของ เป็นตัวกระตุ้นที่เพิ่มความเสี่ยงมากที่สุดในบรรดาปัจจัยทั้งหมด
- ของหนักมากให้แบ่งเป็นหลายเที่ยว ใช้รถเข็น หรือหาคนช่วย
ลดน้ำหนักต่อครั้งได้ผลกว่าฝึกท่าให้สวยขึ้น
- เข็มขัดพยุงหลังไม่ได้ป้องกันอาการปวดหลัง
การศึกษาขนาดใหญ่ในพนักงานที่ต้องยกของพบว่าการใส่เข็มขัดไม่ได้ลดการบาดเจ็บที่หลัง
ใส่เพื่อความมั่นใจชั่วคราวได้ แต่อย่าใช้แทนการลดภาระงานและการฝึกความแข็งแรง
ที่นอน หมอน และท่านอน
คำถามที่เจอบ่อยที่สุดคือควรนอนที่นอนแข็งหรือนุ่ม หลักฐานเท่าที่มีชี้ไปทาง
ที่นอนแน่นปานกลาง คือไม่ยวบจนสะโพกจมและไม่แข็งเป็นกระดาน
ที่นอนที่แข็งเกินไปมักไม่ได้ช่วยและอาจทำให้ปวดมากขึ้นในบางคน
ที่สำคัญกว่ายี่ห้อคือที่นอนต้องรองรับให้กระดูกสันหลังอยู่แนวเดียวกันตอนนอน
- นอนหงาย — หนุนหมอนใต้เข่าเล็กน้อยเพื่อลดการแอ่นของหลังส่วนล่าง
- นอนตะแคง — กอดหมอนข้างและหนีบไว้ระหว่างเข่า ให้สะโพกไม่บิด
- นอนคว่ำ — เป็นท่าที่กดหลังส่วนล่างมากที่สุด ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยง
- ตื่นนอนแล้วปวดหลัง ที่คลายไปเองใน 10-20 นาทีหลังลุกเดิน
มักเป็นเรื่องที่นอนและท่านอน แต่ถ้าฝืดแข็งนานเกินครึ่งชั่วโมงทุกเช้าติดกันหลายเดือน
กลุ่มนี้ควรมาตรวจ เพราะเข้าได้กับกลุ่มข้ออักเสบของกระดูกสันหลัง
การเดินและการออกกำลังกาย สิ่งที่ได้ผลที่สุดในระยะยาว
ถ้าให้เลือกคำแนะนำได้ข้อเดียวจากทั้งหน้านี้ เราจะเลือกข้อนี้ —
การเดินสม่ำเสมอคือวิธีที่มีหลักฐานดีที่สุดในการกันไม่ให้อาการปวดหลังกลับมา
การศึกษาที่ให้ผู้เคยปวดหลังเดินแบบค่อย ๆ เพิ่มระยะจนถึงประมาณ
วันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน
พบว่าช่วงเวลาที่อยู่ได้โดยไม่กลับมาปวดยาวขึ้นเกือบเท่าตัว
เดินได้ทุกที่ ไม่ต้องมีอุปกรณ์ และเหมาะกับคนทุกวัย
ในระยะที่ยังปวดมาก ให้เริ่มจากเดินรอบสั้น ๆ หลายรอบต่อวันก่อน
เมื่ออาการเริ่มทุเลาจึงค่อยเพิ่มการฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อสะโพก
ซึ่งเป็นตัวช่วยรับแรงแทนหลัง สิ่งที่เราย้ำกับคนไข้เสมอคือ
ท่าบริหารที่เหมาะกับคนหนึ่ง อาจทำให้อีกคนแย่ลง
เพราะบางคนดีขึ้นกับท่าแอ่นหลัง บางคนดีขึ้นกับท่าก้ม ควรให้แพทย์หรือนักกายภาพประเมินทิศทางก่อน
แล้วค่อยเลือกชุดท่าที่ตรงกับอาการของคุณ และสิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกท่าคือ
ความสม่ำเสมอ ท่าที่ดีที่สุดคือท่าที่คุณทำได้จริงทุกวัน
ข้อสุดท้ายที่อยากฝากไว้ หลังของคุณ ไม่ได้เปราะบาง อย่างที่หลายคนกลัว
กระดูกสันหลังเป็นโครงสร้างที่แข็งแรงและปรับตัวได้ ความกลัวว่าจะขยับผิดท่าแล้วหลังพัง
เป็นสิ่งที่ทำให้คนหยุดเคลื่อนไหว และการหยุดเคลื่อนไหวคือหนึ่งในตัวทำนายที่ชัดที่สุด
ว่าอาการจะกลายเป็นเรื้อรัง เป้าหมายของการมาตรวจคือ
ให้คุณ มั่นใจพอที่จะกลับไปใช้ชีวิต ไม่ใช่ให้คุณกลัวหลังตัวเอง