ปวดสะโพก · คลินิกเวชกรรมกระดูกและข้อ นครปฐม

รักษาปวดสะโพก นครปฐมปวดสะโพกตรงไหน บอกได้เกือบครึ่งแล้วว่าคุณกำลังเป็นอะไร

คุณอาจเรียกมันว่า “ปวดสะโพก” เหมือนกันทุกคน แต่คนที่เจ็บลึกในขาหนีบจนต้องใช้อุ้งมือกุมไว้ กับคนที่กดปุ่มกระดูกด้านข้างตะโพกแล้วเจ็บจี๊ดจนนอนตะแคงไม่ได้ กับคนที่ปวดตื้อ ๆ อยู่ในก้นเวลานั่งนาน — สามคนนี้แทบไม่ได้เป็นเรื่องเดียวกันเลย หน้านี้จะพาคุณไล่ทีละตำแหน่งว่าปวดตรงไหนมักแปลว่าอะไร และแบบไหนที่รอไม่ได้

ตรวจแยกตำแหน่งก่อน ในข้อ นอกข้อ หรือร้าวมาจากหลัง
อาจารย์แพทย์เฉพาะทาง วุฒิบัตรออร์โธปิดิกส์ จากแพทยสภา
หลังล้มต้องรีบตรวจ ผู้สูงอายุที่ล้มแล้วปวดสะโพก รอไม่ได้
แพทย์ตรวจองศาการเคลื่อนไหวของข้อสะโพกผู้ป่วยบนเตียงตรวจ ในคลินิกกระดูกและข้อที่นครปฐม
รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์
ปวดขาหนีบ
สะโพกด้านหน้า
ปวดด้านข้าง
ตะโพก
ปวดก้น
บั้นท้ายด้านหลัง
ปวดสะโพก
ที่ร้าวมาจากหลัง
ปวดสะโพก
หลังลื่นล้ม
วิ่งแล้วปวด
ยืนนานแล้วปวด
เริ่มจากตรงนี้

“ปวดสะโพก” คือคำเดียว แต่ข้างใต้มีอย่างน้อยสี่เรื่องที่คนละแนวทางกัน

หมอกระดูกนครปฐม ดูแลผู้ที่มีอาการปวดรอบสะโพกในจังหวัดนครปฐม ที่ เบนิต้าคลินิก นครปฐม บนถนนหลังพระ ตำบลพระปฐมเจดีย์ โดย รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ ผู้ถือวุฒิบัตรกระดูกและข้อจากแพทยสภา

สิ่งที่ทำให้อาการปวดสะโพกถูกดูแลผิดทางบ่อยที่สุด คือคนไข้กับคนรักษาใช้คำเดียวกัน แต่หมายถึงคนละที่ บางคนชี้ไปที่ขาหนีบ บางคนชี้ไปที่ปุ่มกระดูกด้านข้างที่คลำได้ บางคนเอามือลูบทั้งก้น และบางคนที่บอกว่าปวดสะโพก จริง ๆ แล้วต้นเหตุอยู่ที่หลังส่วนล่าง ถ้าไม่แยกตรงนี้ก่อน การนวด การยืด หรือการบริหารที่ได้ผลกับกลุ่มหนึ่ง อาจทำให้อีกกลุ่มปวดหนักขึ้นได้จริง

หน้านี้จึงไม่ได้เขียนถึงโรคใดโรคหนึ่ง แต่เขียนถึง วิธีอ่านอาการของตัวเอง ว่าปวดตรงไหน ปวดตอนไหน และปวดแบบไหนที่ควรรีบมาตรวจ เพื่อให้คุณมาถึงห้องตรวจพร้อมข้อมูลที่ทำให้แพทย์แยกต้นเหตุได้เร็วขึ้น สำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ข้อสะโพกเสื่อม แล้ว หรือผู้ที่มีอาการ ปวดสะโพกร้าวลงขา ชัดเจน เรามีหน้าที่เจาะลึกแยกไว้ต่างหาก

แพทย์สังเกตท่าเดินของผู้ป่วยที่มีอาการปวดสะโพกในทางเดินของคลินิกกระดูกและข้อ นครปฐม
ตารางแยกตามตำแหน่ง

ปวดสะโพกตรงไหน แปลว่าอะไร

ลองเอามือแตะจุดที่เจ็บที่สุดก่อนอ่านตารางนี้ แล้วดูว่าแถวไหนใกล้เคียงกับคุณที่สุด ตารางนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย แต่เป็นแผนที่ที่ช่วยให้คุณเล่าอาการได้ตรงจุดขึ้น

ตำแหน่งที่ปวด คุณมักบอกว่า กลุ่มสาเหตุที่พบบ่อยในตำแหน่งนั้น ท่าที่ทำให้ปวดขึ้น
ขาหนีบและสะโพกด้านหน้า “เจ็บลึก ๆ ในขาหนีบ ชี้จุดไม่ถูก ต้องใช้อุ้งมือกุมไว้” มักมาจาก ตัวข้อสะโพกเอง เช่น ผิวข้อและกระดูกอ่อนของข้อสะโพกเสียหาย ขอบเบ้าสะโพกบาดเจ็บ หรือปุ่มกระดูกชนกันขณะงอสะโพกลึก ๆ รวมถึงเอ็นงอสะโพกด้านหน้าอักเสบ หมุนขาเข้าใน ลุกจากเก้าอี้เตี้ยหรือรถ นั่งนาน ๆ ก้มใส่ถุงเท้า ตัดเล็บเท้า
ด้านข้างตะโพก ตรงปุ่มกระดูกที่คลำได้ “เจ็บตรงที่นอนทับพอดี กดแล้วเจ็บจี๊ด ชี้จุดได้เป๊ะ” มักมาจาก เอ็นกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างและถุงน้ำรอบปุ่มกระดูก อักเสบหรือเสื่อมสภาพจากการใช้งาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่คนมักเข้าใจผิดว่าเป็นข้อสะโพกเสื่อม นอนตะแคงทับข้างนั้น ยืนพักน้ำหนักลงขาข้างเดียว ขึ้นบันได เดินไกล นั่งไขว่ห้าง
ก้นด้านหลังและบั้นท้าย “ปวดตื้อ ๆ ลึก ๆ ในก้น นั่งนานแล้วปวด ต้องขยับตัวบ่อย” มักมาจาก กล้ามเนื้อก้นและกล้ามเนื้อสะโพกชั้นลึกตึงตัว ข้อต่อกระเบนเหน็บ ที่เชื่อมกระดูกใต้เอวกับเชิงกราน หรือเอ็นก้นที่เกาะกระดูกก้นย้อย นั่งเก้าอี้แข็งนาน ลุกจากรถ พลิกตัวบนเตียง ก้าวขาข้ามสิ่งกีดขวาง
ปวดสะโพก แต่ต้นเหตุอยู่ที่หลัง “เริ่มปวดที่เอวก่อน แล้วค่อยลามลงมาที่สะโพก” มักมาจาก ข้อต่อและกล้ามเนื้อของกระดูกสันหลังส่วนเอว หรือเส้นประสาทที่ออกจากกระดูกสันหลังถูกเบียด ทำให้รู้สึกปวดที่สะโพกทั้งที่ข้อสะโพกปกติ ก้มยกของ แอ่นหลัง ไอจาม ลุกจากท่านั่งนาน ๆ
ปวดสะโพกหลังลื่นล้ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ “ล้มก้นกระแทก ลุกขึ้นแล้วลงน้ำหนักขาข้างนั้นไม่ค่อยได้” ต้องนึกถึง กระดูกสะโพกร้าวหรือหัก ไว้ก่อนเสมอ แม้จะล้มไม่แรง เพราะผู้ที่มีมวลกระดูกบางสามารถหักได้จากแรงเพียงเล็กน้อย ลงน้ำหนัก พลิกขา หมุนขา ลุกนั่ง — และบางรายปวดแม้อยู่เฉย ๆ
อ่านตารางนี้อย่างไรให้ถูก: ตำแหน่งช่วยจัดกลุ่ม แต่ไม่ได้ตัดสินแทนการตรวจ คนหนึ่งคนมีได้มากกว่าหนึ่งเรื่องพร้อมกัน เช่น เอ็นด้านข้างอักเสบทับซ้อนกับอาการที่ร้าวมาจากหลัง และบางภาวะที่สำคัญ เช่น รอยร้าวของกระดูก อาจปวดกว้าง ๆ จนชี้จุดไม่ได้เลย การมาตรวจคือการยืนยันว่าคุณอยู่แถวไหนจริง ๆ
ลงรายละเอียดทีละตำแหน่ง

สี่บริเวณรอบสะโพก กับสิ่งที่มันมักกำลังบอกคุณ

อ่านเฉพาะกล่องที่ตรงกับคุณก็พอ ไม่ต้องอ่านทั้งหมด

ปวดขาหนีบและสะโพกด้านหน้า

นี่คือตำแหน่งที่ชี้ไปที่ ตัวข้อสะโพกเอง ได้มากที่สุด ลักษณะที่บอกใบ้คือคุณชี้จุดไม่ถูก ต้องใช้ฝ่ามือกุมรอบขาหนีบไว้ และอาการมักแย่ลงชัดเจนเวลา หมุนขาเข้าใน เช่น ตอนพลิกตัว ตอนก้าวลงจากรถ หรือตอนนั่งไขว่ขาเพื่อใส่ถุงเท้า

อีกสัญญาณที่คนมักไม่ทันสังเกตคือ ข้อเริ่มฝืด คุณอาจก้มตัดเล็บเท้าข้างนั้นได้ยากขึ้น ขึ้นรถแล้วต้องยกขาช่วย หรือกางขานั่งขัดสมาธิได้ไม่เท่าเดิม ความฝืดที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็นเดือน ๆ สำคัญพอ ๆ กับความปวด และเป็นข้อมูลที่ควรเล่าให้แพทย์ฟัง

ปวดด้านข้างตะโพก ตรงปุ่มกระดูก

ถ้าคุณกดลงไปตรงปุ่มกระดูกที่คลำได้ด้านข้างสะโพกแล้วเจ็บจี๊ดจนสะดุ้ง และ นอนตะแคงทับข้างนั้นไม่ได้ กลุ่มนี้มักเป็นเรื่องของ เอ็นกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างและถุงน้ำที่รองอยู่รอบปุ่มกระดูก ไม่ใช่เรื่องในข้อ คนไข้จำนวนมากมาด้วยความเชื่อว่าตัวเอง “ข้อสะโพกเสื่อมแล้ว” ทั้งที่ผิวข้อยังดีอยู่

สิ่งที่กระตุ้นกลุ่มนี้ในชีวิตจริงคือท่าที่ทำให้เอ็นถูกบีบทับ ได้แก่ ยืนพักน้ำหนักลงขาข้างเดียวนาน ๆ นั่งไขว่ห้าง นอนตะแคงโดยไม่มีหมอนคั่นเข่า ขึ้นบันไดถี่ ๆ และการเพิ่มระยะเดินหรือวิ่งเร็วเกินไป ข่าวดีคือกลุ่มนี้มักตอบสนองดีกับการปรับท่าทางร่วมกับการฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบสะโพกอย่างเป็นระบบ แม้จะใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึงเป็นเดือน

ปวดก้นด้านหลังและบั้นท้าย

อาการ “ปวดบั้นท้าย” หรือปวดตื้อ ๆ ลึก ๆ ในก้นข้างเดียว เป็นคำค้นที่คนไทยพิมพ์หากันมาก ตำแหน่งนี้มีผู้ต้องสงสัยหลายราย ทั้ง กล้ามเนื้อก้นและกล้ามเนื้อสะโพกชั้นลึก ที่ตึงตัวจนกดเบียดเส้นประสาท ข้อต่อกระเบนเหน็บ ซึ่งเป็นข้อต่อระหว่างกระดูกใต้เอวกับเชิงกราน และ เอ็นก้นที่เกาะกระดูกก้นย้อย ซึ่งจะเจ็บชัดเวลานั่งบนเก้าอี้แข็ง

เบาะแสที่ช่วยแยกคือจังหวะที่ปวด ถ้าเจ็บทันทีที่นั่งลงบนพื้นแข็งและดีขึ้นเมื่อลุกยืน มักเป็นเรื่องเอ็นที่เกาะกระดูกก้น ถ้าปวดหลังนั่งนานแล้วค่อย ๆ สะสม และปวดตอนพลิกตัวบนเตียง มักเป็นข้อต่อกระเบนเหน็บหรือกล้ามเนื้อชั้นลึก ส่วนถ้ามีอาการชาไล่ลงขาชัดเจน นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องประเมินเส้นประสาทโดยเฉพาะ

ปวดสะโพก ที่จริงแล้วร้าวมาจากหลัง

มีคนกลุ่มหนึ่งที่มาด้วยคำว่าปวดสะโพก แต่พอไล่ประวัติจริง ๆ อาการเริ่มจาก เอวหรือหลังส่วนล่างก่อน แล้วค่อยลามลงมาที่สะโพกและก้น บางรายไม่มีอาการปวดหลังเหลืออยู่เลยในตอนที่มาพบแพทย์ เหลือแต่ความปวดที่สะโพก ทำให้ถูกดูแลเหมือนเป็นปัญหาที่สะโพกอยู่นาน

สิ่งที่ช่วยจับกลุ่มนี้คือ อาการเปลี่ยนตามท่าของหลังมากกว่าท่าของสะโพก เช่น ปวดขึ้นเวลาก้มยกของ แอ่นหลัง ไอหรือจาม แต่หมุนขาหรือกางขากลับไม่ทำให้ปวดขึ้น การตรวจร่างกายที่แยกการเคลื่อนไหวของสะโพกออกจากการเคลื่อนไหวของหลัง มักตอบคำถามนี้ได้ตั้งแต่ในห้องตรวจ

อีกครึ่งหนึ่งของคำตอบ

ปวดตอนไหน บอกอะไรได้บ้าง

ตำแหน่งบอกว่าปัญหาอยู่ชั้นไหน ส่วนจังหวะที่ปวดบอกว่าเนื้อเยื่อไหนกำลังถูกกวน สี่จังหวะนี้คือสิ่งที่แพทย์ถามคุณเสมอ

ปวดตอนลุกจากเก้าอี้

ปวดสองสามก้าวแรกแล้วค่อยดีขึ้นเมื่อเดินไปสักพัก มักเป็นลักษณะของข้อและเนื้อเยื่อรอบข้อ ที่ฝืดหลังอยู่นิ่ง ถ้าปวดขาหนีบชัดตอนลุกจากเก้าอี้เตี้ยหรือลุกจากรถ ให้สงสัยตัวข้อสะโพกไว้ก่อน

ปวดตอนนอนตะแคง

ตื่นกลางดึกเพราะเจ็บข้างที่นอนทับ หรือต้องพลิกไปอีกข้างทั้งคืน เป็นลักษณะเด่นของเอ็นและถุงน้ำด้านข้างตะโพก ลองใช้หมอนคั่นระหว่างเข่า แล้วสังเกตว่าดีขึ้นไหม นั่นคือข้อมูลที่มีค่าสำหรับการตรวจ

ปวดตอนเดินไกลหรือยืนนาน

เดินได้ระยะสั้นลงเรื่อย ๆ จากเคยเดินรอบองค์พระได้สบายเหลือครึ่งรอบ คือสัญญาณว่าโครงสร้างรับน้ำหนักกำลังทำงานไม่ไหว ระยะทางที่เดินได้ก่อนต้องหยุดพักเป็นตัวเลขที่ควรจดมาบอกแพทย์

ปวดตอนขึ้นบันได

การขึ้นบันไดบังคับให้กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างต้องพยุงเชิงกรานด้วยขาข้างเดียว ถ้าเจ็บด้านข้างตะโพกตอนขึ้นบันไดหรือตอนก้าวขึ้นทางลาด มักชี้ไปที่กลุ่มเอ็นด้านข้างมากกว่าตัวข้อ

ภาพเอกซเรย์เชิงกรานและข้อสะโพกบนจอในห้องตรวจ ใช้ประเมินผู้ป่วยที่ปวดสะโพกหลังลื่นล้ม
เรื่องที่รอไม่ได้

ลื่นล้มแล้วปวดสะโพกในผู้สูงอายุ ทำไมต้องรีบตรวจ

ถ้าคุณเป็นลูกหลานที่กำลังอ่านหน้านี้ให้พ่อแม่ ขอให้อ่านย่อหน้านี้ให้จบ ผู้สูงอายุที่ ลื่นล้มในห้องน้ำ สะดุดธรณีประตู หรือก้นกระแทกพื้น แล้วปวดสะโพก ไม่ควรใช้เกณฑ์ว่า “ยังเดินได้” มาตัดสินว่าไม่เป็นอะไร ในผู้ที่มีมวลกระดูกบาง แรงเพียงเล็กน้อยก็ทำให้กระดูกสะโพกร้าวได้ และบางรายยังเดินกะเผลกต่อได้อีกหลายวันก่อนที่รอยร้าวจะเคลื่อนจนเดินไม่ได้

อีกเรื่องที่ครอบครัวควรรู้คือ เอกซเรย์ครั้งแรกไม่เห็นรอยร้าว ไม่ได้แปลว่าไม่มี รอยร้าวบางแบบยังไม่ปรากฏชัดในภาพช่วงแรก แพทย์จึงประเมินจากอาการทางคลินิกร่วมด้วยเสมอ และอาจพิจารณาการตรวจภาพเพิ่มเติมหรือนัดถ่ายซ้ำเมื่อยังสงสัย การได้รับการดูแลช้าในกลุ่มนี้ไม่ได้แปลแค่ปวดนานขึ้น แต่หมายถึงการนอนติดเตียงและภาวะแทรกซ้อนตามมาที่ทำให้ผู้สูงอายุกลับไปเดินได้ยากกว่าเดิมมาก

  • ล้มแล้ว ลงน้ำหนักขาข้างนั้นไม่ได้เลย หรือยืนได้แต่เจ็บจนต้องเกาะ
  • ปวด ขาหนีบ เวลาขยับหรือหมุนขา แม้ตอนนอนอยู่เฉย ๆ ก็เจ็บเมื่อพลิกขา
  • ขาข้างที่เจ็บดู สั้นลงหรือปลายเท้าบิดออกด้านนอก เทียบกับอีกข้าง
  • ยกขาตรงขึ้นจากเตียงเองไม่ได้ ทั้งที่ก่อนล้มยกได้ปกติ
  • เดินได้ แต่ ท่าเดินเปลี่ยนไปชัดเจน และไม่ดีขึ้นเลยใน 1–2 วัน
ไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอนัดคลินิก ถ้าหลังล้มแล้วลงน้ำหนักไม่ได้เลย ขาสั้นลงหรือบิดผิดรูป สะโพกผิดรูปเห็นได้ชัด มีบาดแผลลึกร่วมด้วย หรือผู้สูงอายุมีอาการซึมสับสนร่วมกับปวดสะโพก รวมถึงกรณีสะโพกบวมแดงร้อนร่วมกับมีไข้ ซึ่งต้องแยกภาวะติดเชื้อของข้อออกไปโดยเร็ว
คนวัยทำงานและนักวิ่ง

วิ่งแล้วปวดสะโพก และปวดสะโพกจากการยืนนาน คนละเรื่องกับผู้สูงอายุ

ในนครปฐมมีทั้งคนที่วิ่งรอบองค์พระปฐมเจดีย์และสนามจันทร์เป็นประจำ และคนที่ยืนทำงานทั้งวันในตลาด ในโรงงาน หรือหน้าเคาน์เตอร์ สองกลุ่มนี้ปวดสะโพกจากคนละกลไก แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือ “ภาระเกินกว่าที่เนื้อเยื่อจะปรับตัวทัน”

นักวิ่งและคนออกกำลังกาย

อาการปวดสะโพกในนักวิ่งมักโผล่มาหลังจากคุณ เพิ่มระยะ เพิ่มความเร็ว หรือเปลี่ยนพื้นที่วิ่ง ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ เช่น จากวิ่งลู่ยางไปวิ่งถนน จากวิ่งสามกิโลเป็นซ้อมสิบกิโล หรือเริ่มซ้อมขึ้นเนิน ตำแหน่งที่พบบ่อยคือด้านข้างตะโพกและก้น ซึ่งสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง ที่ทำงานหนักในการพยุงเชิงกรานทุกก้าว

เกณฑ์ง่าย ๆ ที่ใช้ตัดสินใจเองได้ในระยะแรกคือ ถ้าเจ็บระดับเบา ไม่เจ็บเพิ่มขึ้นระหว่างวิ่ง และไม่ปวดมากขึ้นในวันรุ่งขึ้น ให้ลดปริมาณลงแล้วประคองไว้ก่อน แต่ถ้าเจ็บจนท่าวิ่งเปลี่ยน ต้องเดินกะเผลก ปวดตอนพักหรือตอนกลางคืน หรือปวดขาหนีบลึก ๆ ที่แย่ลงทุกสัปดาห์ ควรหยุดและมาตรวจก่อน เพราะกลุ่มนี้ต้องแยกภาวะกระดูกล้าจากการใช้งานหนักออกไปด้วย

คนยืนนาน นั่งนาน และยกของซ้ำ ๆ

แม่ค้าในตลาด พนักงานสายการผลิต ครู ช่าง และคนขับรถระยะไกล เป็นกลุ่มที่เจอปวดสะโพกจาก ท่าเดิมซ้ำ ๆ ตลอดวัน ท่าที่กวนสะโพกที่สุดโดยที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวคือ การยืนพักน้ำหนักลงขาข้างเดียวนาน ๆ การนั่งไขว่ห้าง การนั่งเก้าอี้เตี้ยหรือนั่งยองซ้ำ ๆ และการนั่งกระเป๋าสตางค์หนาในกระเป๋าหลังข้างเดียว

สิ่งที่ช่วยได้จริงมักไม่ใช่การหยุดงาน ซึ่งส่วนใหญ่ทำไม่ได้อยู่แล้ว แต่คือการแทรกการเปลี่ยนท่าเข้าไปในวัน เช่น สลับขาที่ลงน้ำหนักทุกไม่กี่นาที มีที่พักเท้าให้ยกสลับข้าง ลุกเดินสั้น ๆ ทุกชั่วโมงเมื่อทำงานนั่ง และค่อย ๆ สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก้นและสะโพกด้านข้าง เพื่อให้โครงสร้างรับภาระได้มากขึ้นแทนที่จะไปลงที่เอ็นจุดเดิมทุกวัน

ข้อควรระวังของกลุ่มนี้คือการรีบยืดแรง ๆ หรือกดนวดจุดที่เจ็บซ้ำ ๆ ทันที ถ้าอาการมาจากเอ็นที่ถูกบีบทับอยู่แล้ว การยืดบางท่าจะยิ่งบีบซ้ำและทำให้ปวดขึ้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมท่าบริหารที่เพื่อนบอกว่าได้ผล ถึงใช้ไม่ได้กับทุกคน
สัญญาณอันตรายและแนวทางประเมิน

ปวดสะโพกแบบไหนไม่ควรรอ และมาตรวจแล้วเจออะไรบ้าง

อาการที่ไม่ควรรอดูต่อ

อาการปวดกล้ามเนื้อรอบสะโพกจากการใช้งานหนักส่วนใหญ่ดีขึ้นเองภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ เมื่อคุณลดกิจกรรมที่กระตุ้นลง แต่ลักษณะต่อไปนี้บอกว่ามีอะไรมากกว่ากล้ามเนื้อล้า และควรได้รับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ

  • ปวดต่อเนื่องเกินสองถึงสามสัปดาห์ ทั้งที่พักและปรับกิจกรรมแล้ว
  • ปวดจนนอนไม่ได้ ตะแคงข้างที่เจ็บไม่ได้ หรือตื่นกลางดึกเพราะปวด
  • เดินได้ระยะสั้นลงเรื่อย ๆ เทียบกับเมื่อสองสามเดือนก่อนอย่างชัดเจน
  • ข้อสะโพกฝืดขึ้น ใส่ถุงเท้า ตัดเล็บเท้า หรือขึ้นรถลำบากกว่าเดิม
  • ขาข้างนั้นอ่อนแรงหรือรู้สึกทรุด เหมือนขาจะพับเวลาลงน้ำหนัก
  • ปวดหลังลื่นล้ม ไม่ว่าจะล้มแรงหรือเบา โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • มีอาการชาไล่ลงขาหรือชาปลายเท้า ร่วมด้วย

และมีกลุ่มอาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ใช่รอนัดคลินิก ได้แก่ ลงน้ำหนักไม่ได้เลยหลังล้ม ขาสั้นลงหรือบิดผิดรูป สะโพกบวมแดงร้อนร่วมกับมีไข้ ขาอ่อนแรงเฉียบพลัน ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ร่วมกับชารอบก้นและอวัยวะเพศ หรือปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ

ระหว่างรอนัด คุณทำอะไรได้บ้าง

สิ่งที่ทำได้อย่างปลอดภัยระหว่างรอมาตรวจ คือการลดตัวกระตุ้นที่ชัดเจนลงก่อน ไม่ใช่การหาท่าบริหารมาทำเองทันที เพราะท่าที่เหมาะกับแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน

  • นอนตะแคงโดยมีหมอนคั่นระหว่างเข่า หรือนอนหงายโดยมีหมอนหนุนใต้เข่า
  • เลี่ยงการยืนพักน้ำหนักลงขาข้างเดียว การนั่งไขว่ห้าง และการนั่งเก้าอี้เตี้ย
  • แบ่งการเดินเป็นหลายรอบสั้น ๆ แทนการเดินยาวครั้งเดียวจนปวด
  • ถ้าใช้ยาแก้ปวดที่เคยได้รับ ให้ใช้ตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ ไม่เพิ่มขนาดเอง
  • จดไว้ว่าปวดตรงไหน ปวดตอนไหน เดินได้ไกลแค่ไหนก่อนต้องพัก และเป็นมากี่สัปดาห์
อย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งไว้เองและอย่าเลื่อนนัดที่มีอยู่แล้วเพราะอ่านหน้านี้ ข้อมูลนี้ใช้เพื่อให้คุณเล่าอาการได้ตรงขึ้น ไม่ได้ใช้แทนการตรวจ

ค่าใช้จ่ายและสิทธิการรักษา

เบนิต้าคลินิก นครปฐม เป็นคลินิกเวชกรรมเอกชน ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับว่าเป็นการตรวจประเมินครั้งแรก หรือเป็นการดูแลต่อเนื่อง และขึ้นกับว่าอาการของคุณต้องใช้การตรวจภาพประกอบหรือไม่ เราไม่ตั้งราคาเหมาเป็นคอร์ส เพราะปวดด้านข้างตะโพกจากเอ็นอักเสบ กับปวดขาหนีบจากปัญหาในข้อ ใช้แผนคนละแบบและใช้เวลาไม่เท่ากัน วิธีที่เร็วที่สุดคือทักมาเล่าอาการทาง LINE แล้วขอตัวเลขโดยประมาณก่อนเดินทางมา

สำหรับผู้ที่ถามเรื่อง บัตรทองและประกันสังคม การใช้สิทธิขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสิทธิและสถานพยาบาลที่ท่านลงทะเบียนไว้ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดล่วงหน้าเพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น และหากเคยเอกซเรย์สะโพกหรือหลังมาก่อน ให้ถ่ายรูปฟิล์มหรือผลตรวจส่งมาก่อนได้

มาตรวจแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สี่ขั้นตอนที่ใช้แยกว่าอาการปวดสะโพกของคุณมาจากไหน

  1. 1

    ซักประวัติแบบเจาะตำแหน่ง

    คุณจะถูกขอให้ชี้ด้วยนิ้วเดียวว่าเจ็บที่สุดตรงไหน แล้วเล่าว่าปวดตอนไหน เดินได้ไกลแค่ไหน นอนท่าไหนแล้วแย่ลง และเคยล้มหรือเปลี่ยนกิจกรรมอะไรก่อนเริ่มปวด

  2. 2

    ดูท่าเดินและตรวจร่างกาย

    แพทย์ดูท่าเดินและการลงน้ำหนัก ตรวจองศาการเคลื่อนไหวของสะโพก คลำหาจุดกดเจ็บ ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างและก้น และแยกการเคลื่อนไหวของสะโพกออกจากของหลัง

  3. 3

    ใช้ภาพประกอบเมื่อมีข้อบ่งชี้

    เอกซเรย์ใช้เมื่อสงสัยปัญหาที่กระดูกหรือผิวข้อ เช่น มีประวัติล้มหรือข้อฝืดชัดเจน ส่วนอัลตราซาวด์ประเมินข้อช่วยดูเอ็นและถุงน้ำรอบสะโพกได้ในบางกรณี ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจภาพ

  4. 4

    อธิบายและวางแผนตามต้นเหตุ

    คุณจะได้ยินว่าอาการอยู่กลุ่มไหน คาดหวังผลได้แค่ไหน ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ และจะวัดผลกันเมื่อไหร่ ถ้าไม่ตอบสนองตามที่ควร เราเปลี่ยนแผน ไม่ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ

แนวทางดูแลของเราเริ่มจากทางที่เจ็บตัวน้อยที่สุดเสมอ ทั้งการปรับกิจกรรมและท่าทางในชีวิตจริง การฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบสะโพกอย่างเป็นระบบ และการรักษาตามอาการที่แพทย์พิจารณาให้ตามต้นเหตุ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคนและขึ้นกับระยะของปัญหา และถ้าถึงจุดที่แนวทางไม่ผ่าตัดไม่พอจริง ๆ เราจะบอกคุณตรง ๆ พร้อมเหตุผล

เสียงจากผู้เข้ารับบริการ

ข้อความจริงที่คนไข้เขียนไว้บน Google

ข้อความด้านล่างคัดมาจากรีวิวสาธารณะบน Google Maps ของเบนิต้าคลินิก นครปฐม แสดงเฉพาะเนื้อความ ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้เขียน ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามอาการและระยะของโรค

บริการดีมาก หมออธิบายเรื่องยาเข้าใจง่ายด้วย หนูแนะนำเลยยย

รีวิวบน Google Maps

บริการดี คลินิคสะอาด หมอและเจ้าหน้าที่บริการดีมากๆค่ะ

รีวิวบน Google Maps

กลับมาเล่นได้ในรอบ6เดือน เจ็บมาจริง หายจริง บริการดี

รีวิวบน Google Maps

ขอบคุณคุณหมออีกครั้งค่ะ รักษาหายจริง ไม่ต้องไปผ่าตัด

รีวิวบน Google Maps

บริการดี คุณหมออรรถใจดี​ ผลที่ได้คุณแม่พอใจมากค่ะ

รีวิวบน Google Maps
คำถามที่พบบ่อย

คำถามเรื่องปวดสะโพกที่คนนครปฐมถามมามากที่สุด

ปวดสะโพกเกิดจากอะไรได้บ้าง

คำว่าปวดสะโพกครอบคลุมหลายต้นเหตุที่อยู่คนละชั้นกัน กลุ่มแรกคือตัวข้อสะโพกเอง ซึ่งมักปวดที่ขาหนีบและสะโพกด้านหน้า กลุ่มที่สองคือเอ็นกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง และถุงน้ำรอบปุ่มกระดูก ซึ่งปวดตรงด้านข้างตะโพกและกดแล้วเจ็บ กลุ่มที่สามคือกล้ามเนื้อก้น กล้ามเนื้อสะโพกชั้นลึก และข้อต่อกระเบนเหน็บ ซึ่งปวดที่ก้นด้านหลัง และกลุ่มที่สี่คืออาการที่จริง ๆ แล้วร้าวมาจากกระดูกสันหลังส่วนเอว ตำแหน่งที่ปวดจึงเป็นข้อมูลชิ้นแรกที่แพทย์ใช้แยกกลุ่ม ก่อนจะตรวจร่างกายและใช้ภาพถ่ายทางการแพทย์ยืนยัน

ปวดขาหนีบ กับปวดด้านข้างตะโพก ต่างกันอย่างไร

ต่างกันมาก ปวดขาหนีบและสะโพกด้านหน้ามักเป็นความเจ็บลึกที่ชี้จุดไม่ถูก ต้องใช้อุ้งมือกุมไว้ และมักแย่ลงเวลาหมุนขาเข้าใน ลุกจากเก้าอี้เตี้ย หรือก้มใส่ถุงเท้า ซึ่งชี้ไปที่ตัวข้อสะโพกเอง ส่วนปวดด้านข้างตะโพกจะชี้จุดได้ชัดตรงปุ่มกระดูกที่คลำได้ กดแล้วเจ็บจี๊ด นอนตะแคงทับข้างนั้นไม่ได้ และเจ็บเวลายืนลงน้ำหนักขาเดียวหรือขึ้นบันได ซึ่งมักมาจากเอ็นสะโพกด้านข้างและถุงน้ำรอบปุ่มกระดูก แนวทางดูแลของสองกลุ่มนี้คนละแบบ จึงต้องแยกให้ออกก่อน

ปวดสะโพกซ้ายหรือขวาข้างเดียว วิธีแก้เบื้องต้นทำอะไรได้บ้าง

ในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์แรกที่ยังไม่มีสัญญาณอันตราย สิ่งที่ทำได้เองคือลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการโดยตรง เช่น เลี่ยงการนอนตะแคงทับข้างที่เจ็บโดยใช้หมอนคั่นระหว่างเข่า เลี่ยงการยืนพักน้ำหนักลงขาข้างเดียว เลี่ยงนั่งไขว่ห้างและนั่งเก้าอี้เตี้ย ปรับระยะเดินให้สั้นลงแต่บ่อยขึ้นแทนการเดินยาวครั้งเดียว และค่อย ๆ ฝึกกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างและก้นให้แข็งแรงขึ้น ถ้าทำแล้วสองสัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น หรืออาการรบกวนการนอน ควรมาให้แพทย์ตรวจแยกต้นเหตุ เพราะการบริหารผิดกลุ่มอาจทำให้อาการแย่ลงได้

เจ็บสะโพกจี๊ด ๆ เป็นพัก ๆ อันตรายไหม

อาการเจ็บจี๊ด ๆ เป็นพัก ๆ ส่วนใหญ่มาจากเอ็นหรือกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานเกิน หรือจากเส้นประสาทที่ถูกกดเบียดเป็นจังหวะ ตัวมันเองมักไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน แต่สิ่งที่ต้องดูคือบริบทรอบข้าง ถ้าเจ็บจี๊ดร่วมกับขาอ่อนแรง ชาเป็นแนว ปวดตอนกลางคืนจนตื่นทั้งที่ไม่ได้ขยับ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ มีไข้ หรือเกิดหลังล้ม ควรได้รับการตรวจโดยเร็ว เพราะกลุ่มนี้ต้องแยกภาวะที่จริงจังกว่าออกไปก่อน

ผู้สูงอายุลื่นล้มแล้วปวดสะโพก แต่ยังพอเดินได้ ต้องไปตรวจไหม

ต้องตรวจ การที่ยังพอเดินได้ไม่ได้แปลว่ากระดูกไม่ร้าว ผู้สูงอายุที่มีมวลกระดูกบางสามารถมีรอยร้าวของกระดูกสะโพกได้จากการล้มเบา ๆ และบางรายเดินกะเผลกต่อได้อีกหลายวันก่อนกระดูกจะเคลื่อน ที่สำคัญคือรอยร้าวบางแบบยังไม่เห็นในเอกซเรย์ครั้งแรก ถ้าหลังล้มแล้วปวดขาหนีบ ลงน้ำหนักแล้วเจ็บ หมุนขาแล้วเจ็บ หรือเดินได้ไม่เหมือนเดิม ควรพบแพทย์เพื่อตรวจและพิจารณาการตรวจภาพเพิ่มเติม และถ้าลงน้ำหนักไม่ได้เลย ขาข้างนั้นสั้นลงหรือบิดออก ให้ไปโรงพยาบาลทันที

วิ่งแล้วปวดสะโพก ต้องหยุดวิ่งเลยไหม

ไม่จำเป็นต้องหยุดทั้งหมดในทุกกรณี แต่ต้องหยุดเพิ่มระยะทันที ปวดสะโพกในนักวิ่งส่วนใหญ่มาจากภาระที่เพิ่มเร็วเกินกว่าที่เอ็นและกล้ามเนื้อจะปรับตัวทัน แนวทางที่ปลอดภัยคือลดระยะและความเร็วลงจนวิ่งได้โดยไม่เจ็บระหว่างวิ่ง และไม่ปวดมากขึ้นในวันถัดมา แล้วค่อยเพิ่มทีละน้อย ร่วมกับฝึกกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างและก้น อย่างไรก็ตาม ถ้าปวดขาหนีบลึก ๆ ที่แย่ลงเรื่อย ๆ ปวดตอนพักหรือตอนกลางคืน หรือปวดจนต้องเดินกะเผลก ควรหยุดวิ่งและมาตรวจก่อน เพราะต้องแยกภาวะกระดูกล้าจากการใช้งานหนักออกไปด้วย

ปวดเส้นเอ็นสะโพก ต้องตรวจอะไรบ้าง ต้องเอกซเรย์ทุกคนไหม

การตรวจเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายเสมอ ได้แก่ ดูท่าเดิน ตรวจองศาการเคลื่อนไหวของสะโพก คลำหาจุดกดเจ็บ ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างและก้น และทดสอบเฉพาะจุดเพื่อแยกว่าอาการมาจากในข้อ นอกข้อ หรือร้าวมาจากหลัง ส่วนการตรวจภาพจะเลือกตามข้อบ่งชี้ ไม่ใช่ทุกคนต้องเอกซเรย์ แต่มีเอกซเรย์เมื่อสงสัยปัญหาที่ตัวกระดูกหรือข้อ เช่น มีประวัติล้ม อายุมาก หรือปวดขาหนีบร่วมกับข้อฝืด ส่วนอัลตราซาวด์ประเมินข้อช่วยดูเอ็นและถุงน้ำรอบสะโพกได้ในบางกรณี

ปวดสะโพกแบบไหนที่ไม่ควรรอ ควรมาพบแพทย์เลย

ควรมาตรวจโดยไม่รอถ้าปวดต่อเนื่องเกินสองถึงสามสัปดาห์ทั้งที่พักแล้ว ปวดจนนอนตะแคงไม่ได้หรือตื่นกลางดึก เดินได้ระยะสั้นลงเรื่อย ๆ ขาข้างนั้นอ่อนแรงหรือรู้สึกทรุด ใส่ถุงเท้าตัดเล็บเท้าลำบากขึ้นชัดเจน หรือปวดเกิดขึ้นหลังลื่นล้ม และต้องไปโรงพยาบาลทันทีถ้าลงน้ำหนักไม่ได้เลยหลังล้ม ขาสั้นลงหรือบิดผิดรูป สะโพกบวมแดงร้อนร่วมกับมีไข้ ขาอ่อนแรงเฉียบพลัน หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ร่วมกับชารอบก้น

บอกแค่ว่าปวดตรงไหน ปวดตอนไหน เท่านี้เราก็เริ่มช่วยคุณได้แล้ว

ทักมาเล่าว่าเจ็บที่ขาหนีบ ด้านข้างตะโพก หรือก้นด้านหลัง เป็นมานานเท่าไหร่ และมีประวัติล้มหรือไม่ ทีมงานช่วยประเมินเบื้องต้น แจ้งค่าใช้จ่ายโดยประมาณและนัดเวลาให้ก่อนเดินทางมา สอบถามไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ผูกมัด

LINE แชท LINE ตอบไว ปรึกษาก่อนได้ โทรเลย 089-354-6292