ปวดลึกที่ขาหนีบ ไม่ใช่ที่ก้น
ถ้าให้ชี้ด้วยนิ้วเดียวว่าเจ็บตรงไหน คนที่ข้อสะโพกเสื่อมมักชี้ที่ขาหนีบหรือหน้าขาส่วนบน บางคนใช้ฝ่ามือกำรอบสะโพกด้านหน้า อาการเป็นแบบปวดตื้อลึกเข้าไปข้างใน ไม่ใช่ปวดตึงผิว ๆ ที่กล้ามเนื้อก้น
ใส่ถุงเท้าเองไม่ได้ ตัดเล็บเท้าข้างนั้นต้องให้ลูกช่วย ลุกจากรถต้องเอามือยกขาออกมา และเดินในตลาดได้สั้นลงกว่าปีที่แล้วชัดเจน — ถ้าอาการตรงแบบนี้ ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่หลัง แต่อยู่ที่ตัวข้อสะโพกเอง และสิ่งที่ต้องรู้ให้ได้ก่อนตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น คือข้อของคุณอยู่ระยะไหนแล้ว
หมอกระดูกนครปฐม ดูแลผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ข้อสะโพกเสื่อม (Hip Osteoarthritis) หรือกำลังสงสัยว่าอาการที่เป็นอยู่ใช่โรคนี้หรือไม่ ที่ เบนิต้าคลินิก นครปฐม คลินิกเวชกรรมบนถนนหลังพระ ตำบลพระปฐมเจดีย์ โดย รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ ผู้ถือวุฒิบัตรเฉพาะทางกระดูกและข้อจากแพทยสภา
ข้อสะโพกเป็นข้อแบบลูกกลมในเบ้า หัวกระดูกต้นขาสวมอยู่ในเบ้าสะโพก มีกระดูกอ่อนบาง ๆ หุ้มผิวทั้งสองด้านไว้ให้ลื่นและรับแรงกระแทกแทนกระดูก เมื่อกระดูกอ่อนชั้นนี้สึกลงเรื่อย ๆ ช่องว่างระหว่างหัวกระดูกกับเบ้าจะแคบลง ร่างกายสร้างกระดูกงอกขึ้นมาที่ขอบข้อ และเยื่อบุข้ออักเสบเป็นระยะ ผลที่คุณรู้สึกได้จริงคือ ปวดตื้อลึก ๆ ที่ขาหนีบ สะโพกฝืด หมุนขาเข้าในแล้วเจ็บ และองศาการเคลื่อนไหวหายไปทีละน้อยจนกิจวัตรบางอย่างทำไม่ได้
สิ่งที่ทำให้โรคนี้ถูกรักษาผิดทางมานานหลายปีในหลายคน คือ ตำแหน่งที่ปวดไม่ตรงกับที่คนทั่วไปเข้าใจ คนส่วนใหญ่คิดว่าปวดสะโพกต้องปวดตรงก้นหรือกระเป๋ากางเกงด้านข้าง แต่ข้อสะโพกจริง ๆ อยู่ลึกเข้าไปด้านหน้า อาการจึงออกที่ขาหนีบและต้นขาด้านหน้า บางคนปวดร้าวลงไปถึงเข่าจนไปรักษาเข่าอยู่นาน ขณะที่ต้นเหตุอยู่ที่สะโพกมาตลอด
อาการของข้อสะโพกเสื่อมไม่ได้มาเป็นอาการปวดอย่างเดียว แต่มาเป็น “สิ่งที่เคยทำได้แล้วตอนนี้ทำไม่ได้” ซึ่งเป็นสัญญาณที่ตรงกว่าระดับความปวดเสียอีก
ถ้าให้ชี้ด้วยนิ้วเดียวว่าเจ็บตรงไหน คนที่ข้อสะโพกเสื่อมมักชี้ที่ขาหนีบหรือหน้าขาส่วนบน บางคนใช้ฝ่ามือกำรอบสะโพกด้านหน้า อาการเป็นแบบปวดตื้อลึกเข้าไปข้างใน ไม่ใช่ปวดตึงผิว ๆ ที่กล้ามเนื้อก้น
ตื่นนอนแล้วสะโพกแข็ง ก้าวแรกต้องค่อย ๆ ขยับ พอเดินไปสักพักถึงคลายลง ความฝืดของข้อเสื่อมมักอยู่ราวสิบห้าถึงสามสิบนาที ถ้าฝืดนานเกินหนึ่งชั่วโมงทุกเช้า ต้องคิดถึงข้ออักเสบชนิดอื่นด้วย และควรได้รับการตรวจเพิ่ม
นี่คืออาการที่ตรงที่สุดของข้อสะโพก เพราะทั้งสองอย่างต้องงอสะโพกลึกและหมุนขาเข้าหาตัว ซึ่งเป็นองศาที่ข้อสะโพกเสื่อมเสียไปก่อนเพื่อน หลายคนต้องยกขาพาดเข่าอีกข้าง หรือให้ลูกหลานช่วยมาหลายเดือนแล้วโดยไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องของข้อ
เมื่อก่อนเดินรอบตลาดได้สบาย ตอนนี้เดินได้ครึ่งทางต้องหาที่นั่ง ระยะทางที่เดินได้ก่อนต้องหยุดพักคือตัวเลขที่บอกความรุนแรงได้ดีมาก และเป็นตัวเลขเดียวกันที่เราใช้วัดว่าแผนดูแลได้ผลหรือไม่ในนัดถัดไป
ได้ยินเสียงกรอบแกรบหรือรู้สึกเหมือนมีอะไรสะดุดตอนหมุนขาหรือลุกจากเก้าอี้ เสียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าเป็นโรคเสมอไป แต่ถ้ามาพร้อมอาการปวดขาหนีบและองศาที่หายไป เป็นสัญญาณว่าผิวข้อไม่เรียบเหมือนเดิมแล้ว
คนใกล้ตัวมักทักก่อนเจ้าตัวว่าเดินโยกหรือเดินเอียง บางคนสังเกตว่าขากางเกงข้างหนึ่งดูยาวกว่า อาการนี้พบในระยะที่ข้อเสื่อมมากแล้ว เกิดจากผิวข้อยุบร่วมกับกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างอ่อนแรง และเป็นสาเหตุที่ทำให้เข่ากับหลังเริ่มปวดตามมา
คนไข้ข้อสะโพกเสื่อมจำนวนไม่น้อยถูกดูแลในฐานะ “คนปวดหลัง” มาก่อนหลายเดือนถึงหลายปี เพราะทั้งสองโรคทำให้เดินลำบากเหมือนกัน ตารางนี้คือสิ่งที่เราใช้แยกในห้องตรวจจริง
| สิ่งที่ดู | ข้อสะโพกเสื่อม | ปัญหาจากกระดูกสันหลังส่วนเอว |
|---|---|---|
| ตำแหน่งที่ปวดมากที่สุด | ขาหนีบและต้นขาด้านหน้า บางคนปวดลงถึงเข่า | เอวและก้น ร้าวเป็นแนวลงน่องถึงปลายเท้า |
| อาการชา | มักไม่ชา เป็นความปวดตื้อลึกมากกว่า | มักมีชา เหน็บ หรือแปลบตามแนวเส้นประสาท |
| ท่าที่กระตุ้นอาการ | หมุนขาเข้าใน ใส่ถุงเท้า ลุกจากรถ เดินนาน | ก้ม เงย นั่งนาน ไอหรือจาม |
| อาการฝืดตอนเช้า | ฝืดชัดเจนราว 15–30 นาทีแล้วค่อยคลาย | ไม่เด่น มักปวดตามท่าทางมากกว่าตามเวลา |
| องศาการเคลื่อนไหวของสะโพก | หมุนขาเข้าในและกางขาได้น้อยลงอย่างชัดเจน | องศาสะโพกมักยังปกติ ขยับได้เต็ม |
| สิ่งที่เห็นตอนเดิน | เดินโยกหรือกะเผลก ก้าวสั้นลง ขาข้างนั้นดูสั้นลง | เดินได้แต่ต้องหยุดเพราะขาชาหรือล้า แล้วเดินต่อได้ |
| ภาพที่ใช้ยืนยัน | เอกซเรย์ข้อสะโพกท่ายืน ดูช่องข้อและกระดูกงอก | ภาพกระดูกสันหลังส่วนเอว ประเมินการกดทับเส้นประสาท |
ข้อสะโพกเสื่อมส่วนใหญ่เป็นการสึกสะสมตามอายุการใช้งาน แต่ความเร็วที่มันสึกไม่เท่ากันในแต่ละคน และมีปัจจัยบางอย่างที่เร่งให้เร็วขึ้นชัดเจน การรู้ว่าคุณอยู่ในกลุ่มไหนสำคัญ เพราะมันเปลี่ยนทั้งการตรวจและแผนดูแล
กลุ่มที่เราอยากให้ระวังเป็นพิเศษคือคนที่อายุยังไม่มาก แต่ปวดขาหนีบข้างเดียวติดต่อกันหลายสัปดาห์ ร่วมกับมีประวัติกินยาชุดหรือยาสเตียรอยด์มานาน กลุ่มนี้ควรได้ตรวจให้ชัดโดยเร็ว เพราะถ้าเป็นภาวะหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดในระยะแรก แนวทางดูแลจะต่างจากข้อเสื่อมทั่วไป และเวลามีค่ามาก
ระยะประเมินจากภาพเอกซเรย์ร่วมกับอาการและการใช้ชีวิต ไม่ใช่จากภาพอย่างเดียว บางคนภาพดูแย่แต่ยังใช้ชีวิตได้ดี บางคนภาพดูไม่มากแต่ปวดจนทำงานไม่ได้ — เราวางแผนตามคนตรงหน้า
ช่องข้อยังเกือบปกติ ปวดเฉพาะหลังใช้งานหนักหรือเดินไกล พักแล้วหาย ระยะนี้คือช่วงที่คุ้มค่าที่สุดในการลงมือ ควบคุมน้ำหนัก ปรับกิจกรรม และเริ่มฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบสะโพกตั้งแต่ตอนที่ยังแข็งแรง
ช่องข้อเริ่มแคบ มีกระดูกงอกที่ขอบข้อ ฝืดตอนเช้าเป็นประจำ หมุนขาเข้าในได้น้อยลงจนใส่ถุงเท้าลำบาก ระยะนี้ต้องการโปรแกรมฟื้นฟูที่มีเป้าหมายชัด ไม่ใช่แค่กินยาแก้ปวดเวลาปวด
ปวดตั้งแต่เริ่มเดิน เดินได้ระยะสั้นลงชัดเจน หลายคนเริ่มใช้ไม้เท้าและเดินโยก ยังดูแลแบบไม่ผ่าตัดได้ แต่ต้องเข้มข้นและมีการวัดผลเป็นระยะ พร้อมคุยกันตรง ๆ ว่าถ้าไม่ตอบสนอง ขั้นต่อไปคืออะไร
ช่องข้อแทบไม่เหลือ ปวดขณะพักหรือปวดกลางคืนจนหลับไม่สนิท องศาการเคลื่อนไหวเสียไปมากและขาข้างนั้นสั้นลง ระยะนี้คือจุดที่การพูดคุยเรื่อง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกอย่างจริงจังเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
ลองอ่านทีละข้อแล้วนับว่าตรงกับคุณกี่ข้อ นี่คือรายการเดียวกับที่เราถามในห้องตรวจ เพราะมันบอกความรุนแรงได้ตรงกว่าคำถามว่า “ปวดระดับเท่าไหร่จากสิบ”
ไม่มีวิธีไหนทำให้กระดูกอ่อนที่สึกไปแล้วกลับมาใหม่ ใครบอกว่าทำได้ ให้ตั้งคำถามไว้ก่อน แต่ทั้งห้าเรื่องนี้ลดแรงที่ลงข้อและเพิ่มระยะทางที่คุณเดินได้จริง และเป็นสิ่งที่ทำได้ตั้งแต่สัปดาห์นี้
ทุกก้าวที่คุณเดิน ข้อสะโพกรับแรงหลายเท่าของน้ำหนักตัว น้ำหนักที่ลดลงจึงไม่ได้ลดแค่ตัวเลขบนตาชั่ง แต่ลดแรงที่กดผิวข้อทุกก้าวตลอดวัน เราไม่ตั้งเป้าหวือหวา แต่ตั้งเป้าที่ทำได้จริงและวัดกันในนัดถัดไป
กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างคือตัวที่พยุงเชิงกรานไว้ตอนคุณยืนลงน้ำหนักขาเดียว ซึ่งเกิดขึ้นทุกก้าวที่เดิน เมื่อมันอ่อนแรง เชิงกรานจะตกและคุณจะเดินโยก การฝึกกลุ่มนี้อย่างถูกท่าจึงเปลี่ยนการเดินได้ชัดกว่าการยืดเฉย ๆ
ถือไม้เท้าใน มือข้างตรงข้าม กับสะโพกที่ปวด แล้วก้าวไม้เท้าไปพร้อมขาข้างที่เจ็บ ปรับความสูงให้อยู่ระดับข้อมือเมื่อยืนตรงปล่อยแขน คนไข้จำนวนมากถือผิดข้างมาตลอดจนไม้เท้าไม่ได้ช่วยอะไรเลย และอีกหลายคนไม่ยอมใช้เพราะรู้สึกว่าแพ้ ทั้งที่มันคือเครื่องมือยืดอายุข้อ
เปลี่ยนจากวิ่งบนพื้นแข็งและนั่งพื้น เป็นเดินบนพื้นเรียบเป็นช่วงสั้นหลายรอบ ปั่นจักรยานอานสูง หรือเดินในน้ำ ที่บ้านให้เลี่ยงเก้าอี้เตี้ยและโถส้วมนั่งยอง ใช้เก้าอี้สูงมีที่เท้าแขน ติดราวจับในห้องน้ำ เก็บของที่ใช้บ่อยไว้ระดับเอว
ความปวดที่คุมไม่ได้ทำให้คุณไม่ขยับ และข้อที่ไม่ได้ขยับจะยิ่งฝืดและกล้ามเนื้อยิ่งลีบ การคุมปวดจึงไม่ใช่การกลบอาการ แต่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ฟื้นฟูต่อได้ สิ่งที่ต้องเลี่ยงคือยาชุด ยาลูกกลอน หรือยาแก้ปวดที่ไม่รู้ส่วนผสมซึ่งซื้อกินเองต่อเนื่อง เพราะเป็นทางลัดไปสู่ปัญหาที่หนักกว่าเดิม และห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งไว้เองโดยไม่ปรึกษา
กายภาพบำบัดในข้อสะโพกเสื่อมมีเป้าหมายสามอย่าง คือรักษาองศาที่ยังเหลืออยู่ไว้ ทำให้กล้ามเนื้อรอบข้อรับงานแทนผิวข้อได้มากขึ้น และแก้รูปแบบการเดินที่ผิดไป ควรทำต่อเนื่องสี่ถึงหกสัปดาห์แล้วประเมินด้วยตัวเลข ไม่ใช่ทำไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเกณฑ์วัด
การตรวจข้อสะโพกไม่ได้เริ่มที่เครื่องมือ แต่เริ่มที่การให้คุณชี้ด้วยนิ้วเดียวว่าเจ็บตรงไหน แล้วถามตัวเลขที่ใช้เทียบได้ในนัดหน้า ได้แก่ เดินได้ประมาณกี่เมตรก่อนต้องพัก ฝืดตอนเช้ากี่นาที ปวดกลางคืนสัปดาห์ละกี่คืน และมีกิจวัตรอะไรที่ทำไม่ได้แล้วบ้าง จากนั้นซักประวัติที่คนมักไม่ได้เล่า เช่น เคยล้มหรือเกิดอุบัติเหตุที่สะโพกไหม เคยกินยาชุดหรือยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องหรือเปล่า และดื่มสุราประจำหรือไม่
การตรวจร่างกายจะวัดองศาการเคลื่อนไหวของข้อสะโพกทุกทิศ โดยให้ความสำคัญกับ การหมุนขาเข้าใน ซึ่งมักเสียไปก่อนอย่างอื่นในข้อสะโพกเสื่อม ร่วมกับท่ากางขาและงอสะโพก วัดความยาวขาทั้งสองข้างเทียบกัน ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง และดูการเดินจริงในระยะไม่กี่ก้าว ซึ่งบอกได้มากกว่าที่หลายคนคิด
ส่วนภาพถ่ายนั้น เอกซเรย์ข้อสะโพก เป็นตัวหลักในการดูช่องข้อ กระดูกงอก และความเปลี่ยนแปลงของหัวกระดูก ส่วน อัลตราซาวด์ ใช้ประเมินเนื้อเยื่อรอบข้อประกอบ หากมีข้อสงสัยที่ต้องการภาพละเอียดกว่านั้น เช่น สงสัยภาวะหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดในระยะแรก ซึ่งเอกซเรย์ธรรมดายังไม่แสดงชัด แพทย์จะแนะนำการตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลและอธิบายเหตุผลให้ฟัง เราไม่ทำให้ทุกอย่างจบในที่เดียวถ้ามันไม่ควรจบที่นี่
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเป็นทางเลือกที่ได้ผลดีในคนที่เหมาะสมจริง ๆ แต่ไม่ใช่ทางเลือกแรกและไม่ใช่สำหรับทุกคน สิ่งที่แพทย์ใช้พิจารณาร่วมกันมีสี่ข้อ
สองอย่างที่เราไม่เห็นด้วยคือ ผ่าเพราะภาพเอกซเรย์ดูแย่ทั้งที่ยังใช้ชีวิตได้ดี และ ยื้อจนกล้ามเนื้อลีบและข้อติดมากแล้วค่อยผ่า เพราะการฟื้นตัวหลังผ่าตัดขึ้นกับกล้ามเนื้อที่คุณเหลืออยู่ก่อนผ่าอย่างมาก อายุมากไม่ได้แปลว่าผ่าไม่ได้โดยอัตโนมัติ ทีมแพทย์จะประเมินโรคประจำตัวและความพร้อมของร่างกายร่วมด้วยเสมอ และเมื่อถึงจุดที่ควรส่งต่อเพื่อรับการผ่าตัด เราจะบอกตรง ๆ พร้อมเหตุผล ไม่ยื้อไว้เพื่อรักษาต่อ
แผนดูแลข้อสะโพกเสื่อมที่ดีต้องมีวันนัดประเมินซ้ำตั้งแต่วันแรก โดยทั่วไปอยู่ที่สี่ถึงหกสัปดาห์ และสิ่งที่เอามาเทียบต้องเป็นตัวเลขเดิม ได้แก่ ระยะทางที่เดินได้ก่อนต้องพัก องศาการหมุนสะโพกเข้าใน จำนวนคืนที่ปวดจนตื่น และรายการกิจวัตรที่กลับมาทำเองได้ ถ้าตัวเลขขยับไปในทางที่ดี เราทำต่อและเพิ่มความหนักอย่างมีจังหวะ ถ้านิ่งหรือแย่ลง เราต้องกล้าเปลี่ยนแผนหรือทบทวนการวินิจฉัยใหม่ ไม่ใช่ทำแบบเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันตามระยะของโรคและสภาพร่างกาย เราจึงพูดถึงเป้าหมายที่วัดได้ ไม่ใช่คำรับประกัน
ข้อสะโพกเสื่อมเป็นโรคที่ค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นอาการที่มาเร็วและรุนแรงมักไม่ใช่ข้อเสื่อม และบางอย่างรอไม่ได้
นอกเหนือจากกลุ่มนี้ อาการปวดขาหนีบและสะโพกฝืดที่เป็นมาเป็นเดือนไม่ใช่เรื่องด่วน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรรออีกสองปีเช่นกัน เพราะทุกเดือนที่ผ่านไปโดยไม่ได้ฟื้นฟู คือกล้ามเนื้อรอบสะโพกที่ลีบลงและองศาที่หายไปโดยไม่จำเป็น
ข้อความด้านล่างคัดมาจากรีวิวสาธารณะบน Google Maps ของเบนิต้าคลินิก นครปฐม แสดงเฉพาะเนื้อความ ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้เขียน ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามอาการและระยะของโรค
พนักงานดูแลดีมากค่ะ ตั้งแต่แผนกต้อนรับจนถึงทีมแพทย์ ทุกคนบริการด้วยใจ
รีวิวบน Google Maps
บริการดีเยี่ยมคุณหมอเก่งมากให้คำปรึกษาได้เข้าใจดีพนักงานบริการดีมาก
รีวิวบน Google Maps
พี่บริการดีมาก มีที่จอดรถเดินทางสะดวก คุณหมอให้คำอธิบายดีเข้าใจง่าย
รีวิวบน Google Maps
คุณหมอใส่ใจดูเเลผู้ป่วยดีมาก พนักงานบริการดีมากใส่ใจสอบดีมากๆคะ
รีวิวบน Google Maps
พนักงานบริการดี น่ารักมากเลย รักษาครั้งแรกเห็นผลเลย แนะนำครับ
รีวิวบน Google Maps
ส่วนใหญ่เกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อสะโพกสึกสะสมตามอายุการใช้งาน ร่วมกับปัจจัยที่เร่งให้สึกเร็วขึ้น เช่น น้ำหนักตัวมาก เคยบาดเจ็บหรือกระดูกสะโพกหัก โครงสร้างข้อสะโพกผิดปกติมาแต่กำเนิด และโรคข้ออักเสบเรื้อรัง อีกกลุ่มที่พบได้และมักถูกมองข้ามคือภาวะหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด ซึ่งสัมพันธ์กับการใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน รวมถึงยาชุดยาลูกกลอนที่ซื้อกินเอง และการดื่มสุราหนักเป็นประจำ กลุ่มนี้อาจเกิดในคนอายุน้อยกว่าที่หลายคนคิด
อาการที่ชี้ไปที่ข้อสะโพกคือปวดลึกบริเวณขาหนีบและต้นขาด้านหน้า บางคนปวดลงไปถึงเข่าจนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคเข่า ร่วมกับสะโพกฝืดตอนเช้าราวสิบห้าถึงสามสิบนาที หมุนขาเข้าในแล้วเจ็บ ใส่ถุงเท้าและตัดเล็บเท้าข้างนั้นลำบาก ส่วนปัญหาจากกระดูกสันหลังมักปวดที่เอวหรือก้น ร้าวเป็นแนวลงน่องถึงปลายเท้า และมักมีอาการชาหรือเหน็บร่วมด้วย การตรวจองศาการเคลื่อนไหวของข้อสะโพกร่วมกับเอกซเรย์ช่วยแยกได้ค่อนข้างชัด
ไม่ใช่ทุกคน แนวทางขึ้นกับระยะของโรคและผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ผู้ที่อยู่ระยะเริ่มต้นถึงปานกลางส่วนใหญ่เริ่มจากแนวทางที่ไม่ต้องผ่าตัดก่อน ได้แก่ การควบคุมน้ำหนัก การฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบสะโพกโดยเฉพาะกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง การใช้ไม้เท้าอย่างถูกวิธี การปรับกิจกรรมและการจัดบ้าน ร่วมกับการจัดการความปวดภายใต้การดูแลของแพทย์ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกมักถูกพิจารณาเมื่อข้อเสื่อมถึงระยะท้าย และแนวทางไม่ผ่าตัดที่ทำอย่างจริงจังแล้วไม่พอ ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามระยะและสภาพร่างกาย
ช่วยได้ในแง่ลดความปวด รักษาองศาการเคลื่อนไหวที่เหลืออยู่ และทำให้เดินได้มั่นคงขึ้น แต่กายภาพบำบัดไม่ได้ทำให้กระดูกอ่อนที่สึกไปแล้วกลับมาใหม่ เป้าหมายที่ตั้งไว้จึงควรเป็นเรื่องที่วัดได้จริง เช่น เดินได้ไกลขึ้นกี่เมตร ลุกจากเก้าอี้ได้โดยไม่ต้องยันแขนหรือยัง และองศาการหมุนสะโพกดีขึ้นหรือไม่ ถ้าทำต่อเนื่องสี่ถึงหกสัปดาห์แล้วไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ควรกลับมาประเมินใหม่แทนที่จะทำแบบเดิมต่อไปเรื่อย ๆ
ออกกำลังกายได้และควรทำ แต่ควรเลือกแบบที่แรงกระแทกต่ำ เช่น เดินบนพื้นเรียบเป็นช่วงสั้น ๆ หลายรอบ ปั่นจักรยานที่ปรับอานให้สูงพอ ว่ายน้ำหรือเดินในน้ำ และท่าบริหารกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างที่นักกายภาพบำบัดสอนให้ ส่วนที่ควรเลี่ยงคือการวิ่งบนพื้นแข็ง กระโดด นั่งยองหรือนั่งพับเพียบนาน ๆ และการฝืนยืดจนเจ็บแปลบในขาหนีบ หลักง่าย ๆ คือถ้าหลังออกกำลังกายแล้วปวดเพิ่มขึ้นนานเกินหนึ่งวัน แปลว่าหนักเกินไปสำหรับข้อของคุณในตอนนี้
กระดูกอ่อนที่สึกไปแล้วไม่กลับมาเหมือนเดิมเอง ข้อสะโพกเสื่อมจึงไม่ใช่โรคที่หายเองได้ แต่ความเร็วในการแย่ลงต่างกันมากในแต่ละคนและชะลอได้จริงด้วยการดูแลที่ถูกทาง สิ่งที่มักเกิดขึ้นเมื่อปล่อยไว้คือเดินได้สั้นลงเรื่อย ๆ กล้ามเนื้อรอบสะโพกลีบลงจากการไม่ได้ใช้ องศาการเคลื่อนไหวหายไปทีละน้อย และเริ่มเดินกะเผลกจนกระทบเข่ากับหลังอีกด้วย ยิ่งมาประเมินเร็ว ทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดยิ่งเหลือมาก
ถือไม้เท้าในมือข้างตรงข้ามกับสะโพกที่ปวด แล้วก้าวไม้เท้าไปพร้อมกับขาข้างที่เจ็บ วิธีนี้ช่วยแบ่งแรงที่ลงข้อสะโพกได้จริงและทำให้เดินได้ไกลขึ้น ความสูงของไม้เท้าควรอยู่ระดับข้อมือเมื่อยืนตรงปล่อยแขนตามสบาย การใช้ไม้เท้าไม่ได้แปลว่าอาการหนักจนหมดทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือลดภาระข้อในช่วงที่ยังฟื้นฟูกล้ามเนื้ออยู่ หลายคนใช้ชั่วคราวแล้วเลิกใช้ได้เมื่อกล้ามเนื้อสะโพกกลับมาแข็งแรง
เตรียมสามอย่างพอ หนึ่งคือฟิล์มเอกซเรย์หรือผลตรวจเดิมถ้ามี ถ่ายรูปส่งมาทาง LINE ล่วงหน้าได้ สองคือรายชื่อยาที่กินอยู่ รวมถึงยาชุด ยาลูกกลอน หรือยาแก้ปวดที่ซื้อกินเอง เพราะข้อมูลนี้สำคัญมากกับการประเมินข้อสะโพก และสามคือกางเกงที่ขยับขาได้สะดวก เพราะต้องตรวจองศาการเคลื่อนไหวและวัดความยาวขาสองข้าง คลินิกอยู่ที่ถนนหลังพระ ใกล้องค์พระปฐมเจดีย์ จอดรถได้ที่ตลาดโอเดียน ทัก LINE นัดเวลาไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องรอนาน
เล่ามาว่าปวดตรงไหน เดินได้ไกลแค่ไหน มีอะไรที่ทำเองไม่ได้แล้วบ้าง ทีมงานช่วยประเมินเบื้องต้นและแจ้งค่าใช้จ่ายโดยประมาณให้ก่อนเดินทางมา สอบถามไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีการผูกมัด
สแกน QR ด้วยแอป LINE ในมือถือ หรือเพิ่มเพื่อนด้วย LINE ID ด้านล่าง แล้ววางข้อความที่เตรียมไว้ให้ ส่งได้ทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์เอง