อาการปวดตามแนวเส้นประสาท · คลินิกกระดูกและข้อ นครปฐม

ปวดหลังร้าวลงขา นครปฐมเมื่อต้นเหตุอยู่ที่หลัง แต่ความปวดวิ่งลงไปถึงน่องและปลายเท้า

ถ้าคุณปวดเอวแล้วมีเส้นปวดแปลบ ๆ ลากลงก้น ลงหลังต้นขา ลงน่อง บางทีชาถึงปลายเท้า ไอหรือจามทีก็เสียวจี๊ดลงขา นั่งทำงานได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ต้องลุก — นั่นไม่ใช่แค่ "กล้ามเนื้อหลังตึง" แต่มักแปลว่ามีอะไรบางอย่างกำลังเบียดรากประสาทที่ออกมาจากกระดูกสันหลังระดับเอวอยู่ และสิ่งที่ต้องรู้ให้ได้ก่อนคือ กดที่ระดับไหน กดแรงแค่ไหน และมีสัญญาณอันตรายหรือยัง

ตรวจโดยอาจารย์แพทย์ วุฒิบัตรศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ จากแพทยสภา
ตรวจระบบประสาทที่ขาก่อน กำลังกล้ามเนื้อ แนวชา และรีเฟล็กซ์ ไม่ใช่แค่ดูฟิล์ม
★ 5.0 จาก 109 รีวิว บน Google Maps ของคลินิก
แพทย์ตรวจระบบประสาทที่ขาของผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังร้าวลงขาบนเตียงตรวจในคลินิกกระดูกและข้อ นครปฐม
รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์
ร้าวลงขา
ซ้ายข้างเดียว
ร้าวลงขา
ขวาข้างเดียว
ร้าวลงขา
2 ข้าง
ชาลงน่อง
ชาปลายเท้า
กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น
เท้าตก
ไอ จาม เบ่ง
แล้วปวดแปลบ
เริ่มจากตรงนี้

อาการร้าวลงขาคือ "ข้อความ" ที่เส้นประสาทส่งมาบอกว่าอะไรบางอย่างกำลังเบียดมันอยู่

หมอกระดูกนครปฐม ดูแลผู้ที่มีอาการ ปวดหลังร้าวลงขา ในจังหวัดนครปฐม ที่ เบนิต้าคลินิก นครปฐม คลินิกเวชกรรมบนถนนหลังพระ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม โดย รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ ผู้ถือวุฒิบัตรกระดูกและข้อจากแพทยสภา

หน้านี้เขียนถึงคุณที่ อาการเด่นอยู่ที่ขา ไม่ใช่ที่หลัง โดยเฉพาะ หลายคนมาเล่าว่า "หลังปวดนิดเดียว แต่ขาแทบทนไม่ไหว" หรือ "ตอนนี้หลังไม่ปวดแล้ว เหลือแต่น่องกับปลายเท้าที่ชา" ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากในกลุ่มนี้ เพราะจุดที่ถูกกดกับจุดที่รู้สึกปวด เป็นคนละที่กัน ถ้าคุณกำลังหาข้อมูลเรื่องปวดหลังทั่วไปจากการนั่งนาน ยกของ หรือท่าทางในชีวิตประจำวัน ให้อ่านหน้า รักษาปวดหลัง แทน และถ้าอาการของคุณเริ่มต้นที่ก้นหรือสะโพก แล้วค่อยลงขา ให้ดูหน้า ปวดสะโพกร้าวลงขา

สิ่งที่เราทำเป็นอย่างแรกไม่ใช่การเสนอวิธีรักษา แต่คือการ ตรวจให้รู้ก่อนว่ารากประสาทเส้นไหนกำลังถูกรบกวน กดจากอะไร และกดมากพอที่จะเสียการทำงานหรือยัง เพราะคำตอบสามข้อนี้เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะอยู่ในกลุ่มที่รอให้ดีขึ้นเองได้ กลุ่มที่ต้องดูแลอย่างมีแผน หรือกลุ่มที่ต้องรีบส่งต่อโรงพยาบาลในวันนั้นเลย

ภาพ MRI กระดูกสันหลังส่วนเอวบนจอในห้องตรวจ ขณะแพทย์อธิบายตำแหน่งหมอนรองกระดูกที่เบียดรากประสาทให้ผู้ป่วยฟัง
กลไก

ทำไมปวดหลังถึงร้าวลงขา

กระดูกสันหลังส่วนเอวมีรากประสาทแยกออกมาทางช่องด้านข้างของกระดูกแต่ละข้อ รากประสาทเหล่านี้ไปรวมกันเป็นเส้นประสาทเส้นใหญ่ที่ทอดยาวจากก้น ผ่านหลังต้นขา ลงน่อง ไปสิ้นสุดที่ฝ่าเท้าและนิ้วเท้า พูดง่าย ๆ คือ สายไฟที่เลี้ยงขาทั้งขาออกมาจากหลังของคุณ

เมื่อมีอะไรมาเบียดรากประสาทตรงจุดที่มันโผล่ออกมาจากกระดูกสันหลัง สมองจะไม่ได้แปลว่า "เจ็บที่หลัง" แต่แปลว่า "เจ็บทั้งเส้นทางที่ประสาทเส้นนั้นดูแล" คุณจึงรู้สึกปวดแสบ ปวดแปลบ เหมือนไฟช็อตลากเป็นเส้นลงขา ทั้งที่จุดที่มีปัญหาจริงอยู่สูงกว่านั้นมาก นี่คือเหตุผลที่การนวดเฉพาะจุดที่น่องหรือทายาที่ขามักไม่ได้ผลนาน เพราะไม่ได้แตะต้นเหตุเลย

ไม่ได้มีแค่ "การกดทับ" อย่างเดียว ยังมีการอักเสบด้วย

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าอาการเกิดจากแรงกดเชิงกลอย่างเดียว ความจริงมีอีกกลไกที่สำคัญไม่แพ้กันคือ สารเคมีที่รั่วออกมาจากเนื้อในของหมอนรองกระดูก ไปทำให้รากประสาทอักเสบและไวต่อความรู้สึกผิดปกติ

กลไกที่สองนี้อธิบายสองเรื่องที่คนไข้สงสัยบ่อยที่สุด หนึ่งคือทำไมบางคนหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมานิดเดียว แต่ปวดจนนอนไม่ได้ และสองคือทำไมอาการดีขึ้นได้เยอะโดยที่ภาพถ่ายยังดูเหมือนเดิม — เพราะเมื่อการอักเสบลดลง ความปวดก็ลดลง แม้รูปร่างของหมอนรองกระดูกยังไม่เปลี่ยน

แยกให้ออก: ปวดร้าวจากกล้ามเนื้อ กับ ปวดร้าวจากเส้นประสาท

สองอย่างนี้ต่างกันชัดกว่าที่คิด และแยกได้เบื้องต้นจากลักษณะที่คุณเล่าเอง

ตารางเปรียบเทียบอาการปวดร้าวจากกล้ามเนื้อกับปวดร้าวจากเส้นประสาท
ลักษณะ ปวดร้าวจากกล้ามเนื้อ / ข้อต่อหลัง ปวดร้าวจากรากประสาท
ความรู้สึก ตื้อ ๆ หนัก ๆ ปวดล้าเป็นบริเวณกว้าง แปลบ จี๊ด แสบร้อน เหมือนไฟช็อตเป็นเส้น
ร้าวไปถึงไหน มักหยุดแถวก้นหรือกลางต้นขา ไม่ค่อยเลยเข่า เลยเข่าลงไป ถึงน่อง ข้อเท้า หรือนิ้วเท้า
อาการชา มักไม่มี หรือมีแบบไม่เป็นแนวชัดเจน มีแนวชาชัดเจน ลากเป็นทางเหมือนแถบผ้า
ไอ จาม เบ่ง ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ปวดแปลบลงขาชัดขึ้นทันที
กำลังกล้ามเนื้อ ปกติ อาจแค่ไม่กล้าออกแรงเพราะเจ็บ อาจอ่อนแรงจริง เช่น กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น เขย่งไม่ไหว
กติกาง่าย ๆ ที่ใช้ได้จริง: ถ้าปวด เลยเข่าลงไป ร่วมกับ มีแนวชา โอกาสสูงมากที่นี่เป็นเรื่องของเส้นประสาท ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อล้า และควรได้รับการตรวจร่างกายทางระบบประสาท ไม่ใช่แค่นวดคลายกล้ามเนื้อไปเรื่อย ๆ
สาเหตุ

ปวดหลังร้าวลงขา เกิดจากอะไรได้บ้าง และแต่ละสาเหตุมีเบาะแสต่างกันอย่างไร

คำว่า "กระดูกทับเส้น" ที่คนพูดกันติดปาก จริง ๆ แล้วครอบคลุมภาวะหลายอย่างที่ต่างกันคนละเรื่อง ทั้งอายุที่พบ ท่าที่ทำให้แย่ลง และแนวทางดูแล ตารางนี้คือสิ่งที่แพทย์ใช้แยกในหัวตอนคุณเล่าอาการ

ตารางเปรียบเทียบสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดหลังร้าวลงขา
สาเหตุ ช่วงอายุที่พบบ่อย เบาะแสของอาการ ท่าที่ทำให้แย่ลง ท่าที่มักช่วยได้
หมอนรองกระดูกเคลื่อน / ปลิ้นทับเส้นประสาท ประมาณ 30–50 ปี ร้าวลงขาข้างเดียวเป็นแนวชัด เลยเข่าลงไป ไอจามแล้วเสียวจี๊ด นั่งนาน ก้มตัว ยกของ ไอ จาม เบ่งถ่าย ยืนหรือเดินสั้น ๆ นอนหงายชันเข่า
โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ส่วนใหญ่ 60 ปีขึ้นไป เดินได้ระยะสั้นลงเรื่อย ๆ ขาหนัก ล้า ชา มักเป็นสองข้าง ยืนนาน เดินไกล แอ่นหลัง เดินลงเนิน นั่งพัก ก้มตัวไปข้างหน้า เข็นรถเข็น ปั่นจักรยาน
กระดูกสันหลังเคลื่อน วัยกลางคนขึ้นไป และวัยรุ่นที่เล่นกีฬาแอ่นหลังซ้ำ ๆ ปวดเอวเวลาแอ่นหลัง รู้สึกหลังไม่มั่นคง ร้าวลงขาเป็นพัก ๆ แอ่นหลัง ยืนนาน เดินนาน นอนพัก งอสะโพก นั่งพิงพนักที่รองเอว
กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท ได้ทุกวัย พบมากในคนนั่งนานและนักวิ่ง เจ็บลึกกลางก้นเป็นจุด กดแล้วเจ็บ ปวดหลังส่วนเอวน้อยหรือไม่ปวดเลย นั่งบนของแข็งนาน ไขว่ห้าง ขับรถทางไกล ลุกเดิน เปลี่ยนท่าบ่อย ยืดกล้ามเนื้อสะโพก
ข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อมและอักเสบ วัยกลางคนขึ้นไป ปวดเอวเป็นหลัก ร้าวลงก้นและต้นขา แต่มักไม่เลยเข่า ตื่นเช้าแข็งฝืด แอ่นหลัง บิดตัว ยืนนาน ขยับเบา ๆ ประคบอุ่น เปลี่ยนท่าบ่อย

หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท — ตัวการอันดับหนึ่ง

หมอนรองกระดูกคือแผ่นรองระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ มีเปลือกเหนียวหุ้มเนื้อในที่นุ่มคล้ายเจล เมื่อเปลือกเสื่อมหรือฉีก เนื้อในจะปลิ้นออกมาเบียดรากประสาทที่อยู่ข้าง ๆ ตำแหน่งที่พบมากที่สุดคือ เอวข้อที่สี่ต่อข้อที่ห้า และเอวข้อที่ห้าต่อกระเบนเหน็บ ซึ่งรวมกันคิดเป็นเกือบทั้งหมดของผู้ป่วยกลุ่มนี้ และเป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ปวดร้าวลงด้านหลังหรือด้านนอกของขา

โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ — อาการที่ผูกกับ "ระยะทางที่เดินได้"

เกิดจากกระดูกงอก เอ็นหนาตัว และหมอนรองกระดูกยุบตามอายุ ทำให้ช่องที่เส้นประสาทเดินผ่านแคบลง จุดสังเกตที่เด่นมากคือ เดินได้ไม่ไกลเท่าเดิม เช่น เมื่อก่อนเดินรอบองค์พระได้สบาย ตอนนี้เดินร้อยเมตรก็ต้องหาที่นั่ง แต่พอนั่งลงหรือก้มตัวสักครู่กลับเดินต่อได้อีก รูปแบบ "เดิน–หยุด–เดินต่อได้" นี้ต่างจากหมอนรองกระดูกกดเส้นชัดเจน

กระดูกสันหลังเคลื่อน — เมื่อกระดูกสองข้อเรียงเหลื่อมกัน

กระดูกสันหลังข้อหนึ่งเลื่อนไปข้างหน้าเทียบกับข้อที่อยู่ใต้ลงไป ทำให้ช่องทางออกของรากประสาทแคบลง บางรายเกิดจากความเสื่อมตามอายุ บางรายเกิดจากรอยแตกล้าของกระดูกส่วนเชื่อมตั้งแต่วัยรุ่น คนกลุ่มนี้มักบอกว่ารู้สึก "หลังไม่มั่นคง" เวลาเปลี่ยนท่า และปวดชัดขึ้นเวลาแอ่นหลัง

กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท — ต้นเหตุที่ไม่ได้อยู่ในกระดูกสันหลัง

เส้นประสาทเส้นใหญ่ที่ลงขาต้องลอดผ่านใต้กล้ามเนื้อชั้นลึกในก้น ถ้ากล้ามเนื้อมัดนั้นตึงหรือบวม ก็หนีบเส้นประสาทได้โดยที่กระดูกสันหลังปกติดี จุดต่างที่ชัดที่สุดคือ เจ็บกลางก้นเป็นจุดที่กดเจอ และปวดหลังส่วนเอวน้อยมากหรือไม่ปวดเลย รายละเอียดของกลุ่มที่เริ่มจากสะโพกอยู่ในหน้า ปวดสะโพกร้าวลงขา

อาการคล้ายกันแต่คนละโรค ที่ต้องแยกให้ออก: ปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน (ชาสองข้างแบบใส่ถุงเท้า ไม่เป็นแนวเส้น), หลอดเลือดแดงที่ขาตีบ (ปวดน่องเวลาเดินแต่ไม่ดีขึ้นเวลาก้มตัว ขาเย็น ชีพจรที่เท้าเบา), ข้อสะโพกเสื่อม (ปวดขาหนีบ ร้าวลงหน้าขา ปวดตอนหมุนสะโพก) และภาวะที่พบไม่บ่อยแต่สำคัญ อย่างการติดเชื้อหรือมะเร็งที่แพร่มากระดูกสันหลัง การซักประวัติกับตรวจร่างกายเป็นเครื่องมือที่แยกสิ่งเหล่านี้ได้ดีกว่าที่หลายคนคิด
อ่านแนวอาการ

ร้าวลงขาแบบไหน บอกได้ว่าเป็นเส้นประสาทระดับไหนของกระดูกสันหลัง

รากประสาทแต่ละเส้นดูแลผิวหนังคนละแถบและกล้ามเนื้อคนละมัด แนวที่คุณชาและท่าที่คุณอ่อนแรงจึงเป็นเบาะแสว่าปัญหาอยู่ที่ระดับไหน นี่คือสาเหตุที่แพทย์ถามละเอียดว่า "ชาลากผ่านตรงไหนบ้าง ถึงนิ้วไหน"

ระดับ L4 — แนวหน้าขาและหน้าแข้งด้านใน

ปวดร้าวจากเอวลงด้านหน้าหรือด้านข้างของต้นขา ผ่านหัวเข่า ไปหน้าแข้งด้านใน อาจอ่อนแรงเวลาเหยียดเข่าหรือก้าวลงบันได รู้สึกเข่าจะทรุด และรีเฟล็กซ์ที่หัวเข่าอาจลดลงเมื่อเทียบกับอีกข้าง

ระดับ L5 — แนวข้างน่องถึงหลังเท้าและนิ้วโป้ง

พบบ่อยที่สุดกลุ่มหนึ่ง ปวดจากก้นลงด้านข้างต้นขา ด้านนอกของน่อง ไปหลังเท้าและนิ้วหัวแม่เท้า จุดตรวจสำคัญคือกำลังกระดกข้อเท้าและกระดกนิ้วหัวแม่เท้าขึ้น ถ้าอ่อนแรงมากจะกลายเป็น เท้าตก ปลายเท้าลากพื้นตอนเดิน

ระดับ S1 — แนวหลังน่อง ส้นเท้า ถึงนิ้วก้อย

ปวดร้าวจากก้นลงหลังต้นขา หลังน่อง ลงส้นเท้า ไปฝ่าเท้าด้านนอกและนิ้วก้อยเท้า จุดตรวจคือการเขย่งปลายเท้าข้างเดียว ถ้าเขย่งได้น้อยครั้งกว่าอีกข้างชัดเจนถือว่าผิดปกติ และรีเฟล็กซ์ที่เอ็นร้อยหวายมักลดลง

ร้าวลงขาซ้าย ขาขวา หรือสองข้าง บอกอะไรได้บ้าง

ร้าวลงขาข้างเดียว ไม่ว่าจะซ้ายหรือขวา เป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดของหมอนรองกระดูกกดรากประสาท เพราะหมอนรองกระดูกมักปลิ้นเบียดไปด้านใดด้านหนึ่งของโพรงประสาท ข้างที่ปวดจึงคือข้างที่ถูกกด ตัวข้างซ้ายหรือขวาเองไม่ได้บอกว่าอาการหนักกว่ากัน สิ่งที่บอกความรุนแรงคือระยะที่ร้าวลงไปถึง ระดับความชา และมีอาการอ่อนแรงหรือไม่ต่างหาก

ร้าวลงขาสองข้างพร้อมกัน พบน้อยกว่า และเป็นสัญญาณที่ควรรีบตรวจมากขึ้น เพราะแปลว่ามีการกดเบียดที่กว้างกว่าการกดรากประสาทเส้นเดียว กรณีที่พบบ่อยคือโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบในผู้สูงอายุ ซึ่งกดเส้นประสาทหลายเส้นพร้อมกัน แต่ก็มีอีกกรณีที่พบไม่บ่อยและร้ายแรงกว่ามาก คือกลุ่มเส้นประสาทหางม้าถูกกดทับ ซึ่งอ่านต่อได้ในหัวข้อถัดไป — และถ้าเข้าเกณฑ์นั้น คือกรณีที่ไม่ควรมาคลินิก แต่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

อย่าพยายามวินิจฉัยระดับเอง สิ่งที่มีค่าที่สุดที่คุณทำได้คือ จำให้แม่นว่าแนวชาลากผ่านตรงไหนและสิ้นสุดที่นิ้วไหน ลองใช้ปลายนิ้วลากตามแนวที่ชาแล้วถ่ายรูปหรือจดไว้ ข้อมูลนี้เมื่อรวมกับการตรวจกำลังกล้ามเนื้อ และรีเฟล็กซ์ในห้องตรวจ จะบอกได้แม่นกว่าการดูภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว
สัญญาณฉุกเฉิน — อ่านหัวข้อนี้ให้จบ

อาการกลุ่มนี้ต้องไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอนัดคลินิก

ในบรรดาคนที่ปวดหลังร้าวลงขาทั้งหมด มีกลุ่มเล็ก ๆ ที่การกดทับไม่ได้เกิดกับรากประสาทเส้นเดียว แต่เกิดกับ กลุ่มเส้นประสาทหางม้า ซึ่งเป็นมัดเส้นประสาทที่ควบคุมขา การขับถ่าย และความรู้สึกบริเวณก้นและอวัยวะเพศ ภาวะนี้เรียกว่า Cauda Equina Syndrome และเป็น ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ผลลัพธ์ระยะยาวขึ้นอยู่กับว่าได้รับการคลายการกดทับเร็วแค่ไหน — นับเป็นชั่วโมง ไม่ใช่สัปดาห์

ถ้าคุณหรือคนในบ้านมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ต้องรอเช้า ไม่ต้องรอวันนัด และไม่ต้องรอทัก LINE มาถามก่อน
  • ชาบริเวณที่นั่งทับอาน — รอบก้น ฝีเย็บ อวัยวะเพศ หรือต้นขาด้านใน เช่น เช็ดทำความสะอาดแล้วไม่รู้สึก
  • ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะราด หรือรู้สึกปวดปัสสาวะน้อยลงผิดปกติ ทั้งที่ดื่มน้ำเท่าเดิม
  • กลั้นอุจจาระไม่ได้ หรือรู้สึกไม่รู้ตัวเวลามีอุจจาระผ่าน
  • ขาอ่อนแรงเฉียบพลัน โดยเฉพาะสองข้าง หรืออ่อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน
  • สมรรถภาพทางเพศเปลี่ยนแปลงเฉียบพลัน ร่วมกับอาการปวดหลังร้าวลงขา

สัญญาณอันตรายอื่นที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล ไม่ควรดูอาการต่อที่บ้าน

  • ปวดหลังร้าวลงขาหลัง อุบัติเหตุรุนแรง เช่น รถชน ตกจากที่สูง หรือหกล้มแรงในผู้สูงอายุที่มีกระดูกพรุน
  • ปวดหลังร่วมกับ ไข้สูง หนาวสั่น หรือมีแผลติดเชื้อ ฝีหนองที่อื่นในร่างกาย
  • ปวดกลางคืนจนตื่น ร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือมีประวัติเป็นมะเร็งมาก่อน
  • ปวดที่ ไม่ดีขึ้นเลยไม่ว่าจะเปลี่ยนท่าอย่างไร รวมทั้งตอนนอนพัก
  • ผู้ที่ ภูมิคุ้มกันต่ำ ใช้ยาสเตียรอยด์ระยะยาว หรือเพิ่งได้รับการฉีดยาเข้าหลอดเลือด

เราเขียนเรื่องนี้ไว้เด่นที่สุดในหน้านี้ทั้งที่มันไม่ได้ทำให้คุณเดินเข้ามาที่คลินิกเลย เพราะภาวะเหล่านี้ต้องการห้องฉุกเฉินและทีมโรงพยาบาล ไม่ใช่คลินิกเวชกรรม การรู้ให้ทันคือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่หน้าเว็บหน้าหนึ่งจะให้คุณได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายหรือไม่ ให้ถือว่าเข้าข่ายไว้ก่อนแล้วไปโรงพยาบาล

แพทย์ตรวจความรู้สึกและกำลังกล้ามเนื้อบริเวณน่องและข้อเท้าของผู้ป่วยที่มีอาการชาร้าวลงขา ในห้องตรวจคลินิกกระดูกและข้อ
อาการที่ต้องให้น้ำหนักมากกว่าความปวด

อาการชา อ่อนแรง และเท้าตก แปลว่าอะไร

คนส่วนใหญ่ตัดสินความรุนแรงจาก "ปวดมากแค่ไหน" แต่ในทางการแพทย์ ความปวดไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ดีที่สุด อาการที่บอกว่าเส้นประสาทกำลังเสียการทำงานจริง คือชาและอ่อนแรงต่างหาก บางคนปวดลดลงแต่ชามากขึ้น ซึ่งไม่ใช่สัญญาณที่ดีอย่างที่เข้าใจกัน

  • ชาเป็นแนว ลากเหมือนแถบผ้าลงขา = ตรงกับรากประสาทเส้นใดเส้นหนึ่ง
  • ชาทั้งขา หรือชาสองข้างแบบใส่ถุงเท้า = มักไม่ใช่หมอนรองกระดูก ต้องคิดถึงปลายประสาทอักเสบ เช่น จากเบาหวาน
  • ชาจนไม่รู้สึกร้อนเย็น = ต้องระวังแผลที่เท้าโดยไม่รู้ตัว ตรวจเท้าทุกวัน
  • เขย่งปลายเท้าข้างเดียวได้น้อยกว่าอีกข้างชัดเจน = สงสัยรากประสาทระดับกระเบนเหน็บ
  • เดินด้วยส้นเท้าไม่ได้ ปลายเท้าตก สะดุดพื้นบ่อย = สงสัยรากประสาทระดับเอวข้อที่ห้า ต้องรีบประเมิน
  • น่องข้างที่ปวดเล็กลงกว่าอีกข้าง = กล้ามเนื้อลีบจากการถูกกดมานาน

เท้าตก คือกรณีที่เราขอให้อย่ารอ ถ้ากระดกข้อเท้าขึ้นไม่ได้หรือได้น้อยลงชัดเจน ควรได้รับการประเมินภายในไม่กี่วัน ไม่ใช่รออีกเดือนแล้วค่อยดู เพราะยิ่งเส้นประสาทถูกกดทับนานเท่าไร โอกาสที่กำลังจะกลับมาเต็มที่ก็ยิ่งลดลง ผลลัพธ์ในแต่ละคนแตกต่างกันไปตามระยะเวลาและระดับความรุนแรง

ไม่แน่ใจว่าที่เป็นอยู่คือกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท เล่ามาก่อนได้

บอกเราสามอย่างพอ — ปวดร้าวลงถึงตรงไหน มีชาไหมและชาถึงนิ้วไหน และกระดกข้อเท้ากับเขย่งปลายเท้าได้ปกติหรือเปล่า เท่านี้ทีมงานก็ช่วยประเมินเบื้องต้นและแจ้งได้ว่าควรรีบแค่ไหน สอบถามไม่มีค่าใช้จ่าย

ในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่ทำให้ปวดร้าวลงขาแย่ลง และสิ่งที่พอช่วยได้ระหว่างรอมาตรวจ

หลักการเดียวที่ควรจำคือ อะไรที่เพิ่มแรงดันในโพรงประสาทหรือดึงรั้งรากประสาทจะทำให้แย่ลง และอะไรที่ลดแรงดันนั้นจะทำให้ดีขึ้น รายการนี้ไม่ใช่การรักษา แต่คือการไม่ทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิม

ทำแล้วมักแย่ลง

  • นั่งนานเกิน 20–30 นาทีติดกัน โดยเฉพาะเก้าอี้เตี้ยและโซฟานุ่มยวบ เพราะเป็นท่าที่แรงดันในหมอนรองกระดูกสูงที่สุด
  • ก้มยกของโดยไม่งอเข่า หรือยกของแล้วบิดตัวไปพร้อมกัน
  • ไอ จาม เบ่งถ่าย โดยไม่ได้เตรียมตัว เพราะเพิ่มแรงดันในโพรงประสาทกะทันหัน
  • ขับรถทางไกลรวดเดียว ทั้งท่านั่งและแรงสั่นสะเทือน
  • นอนคว่ำบนที่นอนนุ่ม ทำให้หลังแอ่นค้างทั้งคืน
  • นอนนิ่งติดเตียงเกินสองวัน ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเร็วและอาการฟื้นช้าลง
  • ให้คนดัดหลัง กระชากหลัง หรือกดจุดแรง ๆ ขณะที่มีอาการชาหรืออ่อนแรง

ทำแล้วมักช่วยได้

  • เปลี่ยนท่าทุก 20–30 นาที ลุกยืน เดินสั้น ๆ แล้วกลับมานั่งใหม่
  • เดินระยะสั้นบ่อยครั้ง ดีกว่าเดินยาวครั้งเดียวหรือไม่เดินเลย
  • นอนหงายชันเข่าโดยมีหมอนหนุนใต้เข่า หรือนอนตะแคงหนีบหมอนระหว่างขา
  • ประคบอุ่นบริเวณเอวและก้น ครั้งละราว 15–20 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อรอบ ๆ คลายลง
  • ก่อนไอหรือจาม ให้กอดหมอนไว้ที่ท้องและงอเข่าเล็กน้อย ช่วยลดแรงกระแทกที่ส่งลงหลัง
  • ปรับที่นั่งทำงานให้สะโพกสูงกว่าเข่าเล็กน้อย และมีอะไรรองเอวไว้
  • ใช้ยาแก้ปวดตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อให้ขยับตัวได้ ไม่ใช่เพื่อกลบอาการแล้วไปฝืนใช้งานหนัก
เรื่องท่าบริหาร: ท่ายืดและท่าบริหารที่หาดูได้ทั่วไปมีทั้งท่าที่เหมาะและท่าที่ทำให้แย่ลง ขึ้นกับว่าต้นเหตุของคุณคืออะไร เช่น คนที่เป็นหมอนรองกระดูกกดเส้นกับคนที่เป็นโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ต้องการทิศทางการเคลื่อนไหวคนละทางเลย การทำท่าผิดกลุ่มจึงทำให้ร้าวลงขามากขึ้นได้จริง แนะนำให้ประเมินก่อนว่าอยู่กลุ่มไหน แล้วค่อยรับท่าที่ตรงกับอาการของคุณ
ระยะเวลา

ปวดหลังร้าวลงขา หายเองได้ไหม และใช้เวลานานแค่ไหน

คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เองโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ "ส่วนใหญ่" ไม่ได้แปลว่าทุกคน และการรอเฉย ๆ โดยไม่รู้ว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน คือความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น

  1. 1

    สัปดาห์ที่ 1–2 · ช่วงที่ปวดที่สุด

    การอักเสบรอบรากประสาทกำลังสูง เป้าหมายในช่วงนี้ไม่ใช่หายปวด แต่คือคุมความปวดให้พอขยับตัวและเดินสั้น ๆ ได้ การนอนนิ่งทั้งวันทำให้ฟื้นช้าลง

  2. 2

    สัปดาห์ที่ 2–6 · แนวปวดเริ่มถอยร่น

    สัญญาณที่ดีที่สุดคือแนวปวดสั้นลง จากที่เคยร้าวถึงปลายเท้าเหลือแค่น่อง แล้วเหลือแค่ก้น แม้ความปวดที่หลังอาจยังอยู่ นี่คือทิศทางที่ถูกต้อง

  3. 3

    สัปดาห์ที่ 6–12 · คนส่วนใหญ่ดีขึ้นชัดเจน

    ข้อมูลทางการแพทย์พบว่าผู้ที่ปวดร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนมากกว่า 80% อาการดีขึ้นชัดในช่วงนี้ และร่างกายดูดซึมส่วนที่ปลิ้นออกมาได้เองบางส่วน

  4. 4

    เกิน 3 เดือน หรือแย่ลงเมื่อไหร่ก็ตาม

    ถ้าเลยกรอบเวลานี้แล้วยังไม่ดีขึ้น หรืออาการชาและอ่อนแรงเพิ่มขึ้นระหว่างทาง ต้องประเมินซ้ำและพิจารณาภาพถ่ายทางรังสี ไม่ใช่รอต่อไปเรื่อย ๆ

อะไรที่ทำให้หายช้ากว่าค่าเฉลี่ย

ไม่ใช่ทุกคนจะเดินตามกราฟข้างบน ปัจจัยที่งานวิจัยและประสบการณ์ในห้องตรวจตรงกันว่าทำให้ฟื้นช้าลง ได้แก่ มีอาการอ่อนแรงตั้งแต่แรกเริ่ม ปวดรุนแรงมากตั้งแต่วันแรก ๆ อาการเป็นมานานก่อนมาตรวจ การสูบบุหรี่ซึ่งลดเลือดที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูก งานที่ต้องยกของหนักหรือนั่งขับรถทั้งวัน น้ำหนักตัวที่มาก การนอนไม่พอและความเครียดสะสมซึ่งทำให้ระบบรับความปวดไวขึ้น และความกลัวการขยับจนไม่กล้าเคลื่อนไหวเลย

ในทางกลับกัน คนที่มักฟื้นเร็วคือคนที่มาประเมินตั้งแต่ยังไม่มีอาการอ่อนแรง เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร รู้ว่าท่าไหนควรเลี่ยงและท่าไหนควรทำ และยังคงเคลื่อนไหวในระดับที่อาการรับได้แทนที่จะหยุดทุกอย่าง

คำเตือนที่สำคัญ: ตัวเลข "ส่วนใหญ่ดีขึ้นเองใน 6–12 สัปดาห์" ใช้กับคนที่ ไม่มีสัญญาณอันตราย และ ไม่มีอาการอ่อนแรงที่ชัดเจน เท่านั้น ถ้าคุณมีข้อใดข้อหนึ่งในหัวข้อสัญญาณฉุกเฉินด้านบน กรอบเวลานี้ไม่ใช้กับคุณ และคุณไม่ควรรอแม้แต่วันเดียว
ก่อนพูดถึงการรักษา

การประเมินอาการปวดหลังร้าวลงขาที่คลินิก เกิดอะไรขึ้นบ้างในห้องตรวจ

จุดยืนของเราเรียบง่าย คือ ตรวจให้รู้ก่อนว่าเป็นอะไร แล้วค่อยคุยกันว่าจะทำอะไรต่อ ไม่มีการเสนอแพ็กเกจก่อนที่จะรู้ว่ารากประสาทเส้นไหนถูกรบกวนและถูกรบกวนแค่ไหน สิ่งที่คุณควรได้ออกจากห้องตรวจคือคำอธิบายที่คุณเล่าต่อให้คนที่บ้านฟังได้ ไม่ใช่ใบเสร็จ

  • ซักประวัติแบบเจาะแนวอาการ — เริ่มเมื่อไหร่ ร้าวถึงไหน แนวชาลากผ่านตรงไหน ท่าไหนแย่ลง ท่าไหนดีขึ้น เคยเป็นมาก่อนหรือไม่
  • คัดกรองสัญญาณอันตรายก่อนเสมอ — เรื่องการขับถ่าย ความรู้สึกรอบก้น ไข้ น้ำหนักลด และประวัติอุบัติเหตุหรือมะเร็ง
  • ตรวจกำลังกล้ามเนื้อทีละมัด — กระดกข้อเท้า กระดกนิ้วหัวแม่เท้า เขย่งปลายเท้า เหยียดเข่า เปรียบเทียบสองข้าง
  • ตรวจความรู้สึกตามแนวรากประสาท และตรวจรีเฟล็กซ์ที่เข่ากับเอ็นร้อยหวาย
  • ทดสอบยกขาตรงและท่าตรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่ารากประสาทถูกดึงรั้งจริงหรือไม่ และที่มุมกี่องศา
  • ดูการเดิน การทรงตัว และท่ายืน รวมทั้งการเดินด้วยส้นเท้าและปลายเท้า
  • เอกซเรย์เมื่อมีข้อบ่งชี้ เพื่อดูแนวกระดูก การเคลื่อน และความกว้างของช่องกระดูก
  • อธิบายทางเลือกให้ครบ พร้อมเงื่อนไขที่จะต้องเปลี่ยนแผนหรือส่งต่อโรงพยาบาล

และถ้าอาการของคุณอยู่นอกขอบเขตที่คลินิกเวชกรรมดูแลได้ เราจะบอกตรง ๆ ตั้งแต่วันแรก พร้อมเหตุผลว่าทำไม แทนที่จะนัดมาเรื่อย ๆ

แพทย์ทำการทดสอบยกขาตรงกับผู้ป่วยที่นอนหงายบนเตียงตรวจ เพื่อประเมินการดึงรั้งของรากประสาทในอาการปวดหลังร้าวลงขา
แพทย์ใช้โมเดลกระดูกสันหลังส่วนเอวอธิบายตำแหน่งรากประสาทและหมอนรองกระดูกให้ผู้ป่วยเข้าใจอาการปวดร้าวลงขา
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุด

สามเรื่องเกี่ยวกับ "กระดูกทับเส้น" ที่ทำให้คนตัดสินใจผิด

1. เห็นหมอนรองกระดูกปลิ้นในภาพ ไม่ได้แปลว่านั่นคือต้นเหตุเสมอไป

มีการศึกษาที่ถ่ายภาพกระดูกสันหลังของคนที่ ไม่มีอาการปวดเลย แล้วพบว่าจำนวนไม่น้อยก็มีหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือปลิ้นให้เห็น และยิ่งอายุมากยิ่งพบมาก ภาพจึงต้องอ่านคู่กับอาการและผลการตรวจร่างกายเสมอ ถ้าแนวปวดของคุณกับตำแหน่งที่เห็นในภาพไม่ตรงกัน สิ่งที่ต้องเชื่อคืออาการ

2. "ต้องผ่าตัดแน่ ๆ" ไม่ใช่ข้อสรุปที่มาจากภาพถ่าย

แนวทางสากลแนะนำให้ดูแลแบบไม่ผ่าตัดอย่างน้อยราวหกสัปดาห์ถึงสองเดือนก่อน หากไม่มีสัญญาณอันตรายหรืออาการอ่อนแรงที่ชัดเจน การผ่าตัดจะถูกพิจารณาเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางระบบประสาท หรือเมื่ออาการรบกวนชีวิตอย่างมาก ทั้งที่ดูแลเต็มที่แล้วเป็นเวลานานพอ ไม่ใช่เพราะภาพดูน่ากลัว

3. หายปวดแล้วไม่ได้แปลว่าจบ

อาการปวดร้าวลงขากลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะถ้ากลับไปใช้หลังแบบเดิมทันทีที่หายปวด สิ่งที่ลดโอกาสเป็นซ้ำคือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว การจัดท่านั่งทำงาน วิธียกของ และการไม่ปล่อยให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราจะคุยเรื่องเหล่านี้กับคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่มา ไม่ใช่รอให้กลับมาเป็นซ้ำก่อน

เสียงจากผู้เข้ารับบริการ

ข้อความจริงที่ผู้เข้ารับบริการเขียนไว้บน Google

ข้อความด้านล่างคัดมาจากรีวิวสาธารณะบน Google Maps ของเบนิต้าคลินิก นครปฐม แสดงเฉพาะเนื้อความ ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้เขียน ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามอาการและระยะของโรค

บริการดี พนักงานและคุณหมอเอาใจใส่เป็นกันเอง โทรติดตามอาการทุกครั้งหลังจากรักษา ราคาไม่แพงและไม่ขายคอร์ส

รีวิวบน Google Maps

บริการดีสอบถามอาการต่อเนื่องหลังเข้ารับรักษาตอนนี้อาการดีขึ้นปกติครับ👍👍👍

รีวิวบน Google Maps

หลังจากฉีดยาแก้นิวล็อคมาประมาณ 1 เดือนมาพบหมอ 2 ครั้งสามารถทำมือได้ตามปกติ

รีวิวบน Google Maps

รู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากๆ หลังจากได้มารักษาที่นี่ครับ

รีวิวบน Google Maps

ม่ต้องพักฟื้นนานเลยค่ะ หลังจากรักษาเสร็จก็สามารถกลับบ้านได้ทันที

รีวิวบน Google Maps

อาการไหล่ติดของเราดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังมารักษาแค่ไม่กี่ครั้ง

รีวิวบน Google Maps
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่คนปวดหลังร้าวลงขาถามบ่อยที่สุด

ปวดหลังร้าวลงขา เกิดจากอะไรได้บ้าง

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือรากประสาทระดับเอวถูกกดเบียดหรืออักเสบ จากหมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือปลิ้นทับเส้นประสาท ซึ่งพบมากที่สุดที่ระดับเอวข้อที่สี่ต่อห้า และเอวข้อที่ห้าต่อกระเบนเหน็บ รองลงมาคือโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบในผู้สูงอายุ กระดูกสันหลังเคลื่อน และกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท นอกจากนี้ยังมีภาวะที่ทำให้อาการคล้ายกันแต่ต้นเหตุคนละเรื่อง เช่น ปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน หรือหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ จึงต้องแยกด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายก่อน ไม่ควรเดาเอง

ปวดหลังร้าวลงขาซ้าย ขวา หรือสองข้าง ต่างกันอย่างไร

การร้าวลงขาข้างเดียวไม่ว่าซ้ายหรือขวาเป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดของหมอนรองกระดูกกดรากประสาท เพราะหมอนรองกระดูกมักปลิ้นเบียดไปด้านใดด้านหนึ่ง ข้างที่ปวดจึงเป็นข้างที่รากประสาทถูกกด ส่วนอาการร้าวลงขาสองข้างพร้อมกันพบน้อยกว่าและควรได้รับการประเมินเร็วขึ้น เพราะอาจมาจากโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบที่กดเส้นประสาทหลายเส้นพร้อมกัน หรือในกรณีที่พบไม่บ่อยแต่รุนแรงคือกลุ่มเส้นประสาทหางม้าถูกกดทับ ถ้าร้าวลงขาสองข้างพร้อมกับชารอบก้นหรือควบคุมการขับถ่ายผิดปกติ ต้องไปโรงพยาบาลทันที

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หายเองได้ไหม ใช้เวลานานแค่ไหน

ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เองโดยไม่ต้องผ่าตัด ข้อมูลทางการแพทย์พบว่าผู้ที่มีอาการปวดร้าวลงขา จากหมอนรองกระดูกเคลื่อนมากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์อาการดีขึ้นชัดเจนภายในหกถึงสิบสองสัปดาห์ และร่างกายสามารถดูดซึมส่วนที่ปลิ้นออกมาได้เองบางส่วน ช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์แรกมักปวดมากที่สุด จากนั้นแนวปวดจะค่อย ๆ ถอยร่นสั้นขึ้นมา จากปลายเท้าเข้าหาสะโพก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่คำว่าส่วนใหญ่ไม่ได้แปลว่าทุกคน ถ้ามีอาการอ่อนแรง ชามากขึ้น หรือเกินหกสัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้นเลย ควรได้รับการประเมินซ้ำ

ปวดหลังร้าวลงขาแบบไหนที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

ต้องไปห้องฉุกเฉินทันทีโดยไม่ต้องรอนัด ถ้ามีอาการชารอบก้น ฝีเย็บ อวัยวะเพศ หรือต้นขาด้านในแบบที่นั่งทับแล้วไม่รู้สึก ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะราดโดยไม่รู้ตัว กลั้นอุจจาระไม่ได้ หรือขาอ่อนแรงเฉียบพลันโดยเฉพาะสองข้าง กลุ่มอาการนี้คือกลุ่มเส้นประสาทหางม้าถูกกดทับ ซึ่งผลลัพธ์ขึ้นกับเวลาที่ได้รับการคลายการกดทับ นอกจากนี้ยังต้องรีบไปโรงพยาบาลถ้าปวดหลังหลังอุบัติเหตุรุนแรง ปวดหลังร่วมกับไข้สูงหนาวสั่น หรือปวดกลางคืนจนตื่นร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ

ปวดหลังร้าวลงขา ต้องทำ MRI ทุกคนไหม

ไม่ใช่ทุกคนและไม่ใช่ตั้งแต่วันแรก ผู้ที่มีอาการมาไม่นาน ไม่มีอาการอ่อนแรง และไม่มีสัญญาณอันตราย ส่วนใหญ่ประเมินได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายทางระบบประสาทก่อน การถ่ายภาพจะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่ออาการไม่ตอบสนองตามที่ควร มีอาการทางระบบประสาทชัดเจน หรือกำลังพิจารณาทางเลือกที่ต้องอาศัยตำแหน่งที่แม่นยำ ที่สำคัญคือภาพต้องอ่านคู่กับอาการเสมอ เพราะมีการศึกษาพบว่าคนที่ไม่มีอาการปวดเลย จำนวนไม่น้อยก็ตรวจพบหมอนรองกระดูกปลิ้นในภาพได้เช่นกัน

ปวดหลังร้าวลงขา กินยาแก้ปวดธรรมดาพอไหม

ยาแก้ปวดช่วยลดความปวดให้อยู่ในระดับที่ขยับตัวได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องในช่วงแรก แต่ยาไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุว่าอะไรกำลังเบียดรากประสาทอยู่ ความปวดจากเส้นประสาทมักตอบสนองต่อยาแก้ปวดทั่วไปได้ไม่เท่าความปวดจากกล้ามเนื้อ และการซื้อยาชุดหรือยาแก้อักเสบกินเองต่อเนื่องหลายสัปดาห์มีความเสี่ยงต่อกระเพาะอาหารและไต แนะนำให้ใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร และถ้ายังต้องพึ่งยาทุกวันเกินสองสัปดาห์ ควรมาตรวจหาสาเหตุ

ปวดหลังร้าวลงขา สุดท้ายต้องผ่าตัดไหม

คนส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด แนวทางทางการแพทย์แนะนำให้ดูแลแบบไม่ผ่าตัด อย่างน้อยประมาณหกสัปดาห์ถึงสองเดือนก่อน ถ้าไม่มีสัญญาณอันตราย การผ่าตัดจะถูกพิจารณาเมื่อมีกลุ่มเส้นประสาทหางม้าถูกกดทับ มีอาการอ่อนแรงที่ชัดเจนหรือแย่ลงเรื่อย ๆ หรือปวดรุนแรงจนใช้ชีวิตไม่ได้ทั้งที่ดูแลเต็มที่แล้วเป็นเวลานานพอ สิ่งที่ควรได้ก่อนตัดสินใจคือคำอธิบายว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มไหน และเงื่อนไขอะไรที่จะทำให้ต้องเปลี่ยนแผน

มาตรวจอาการปวดหลังร้าวลงขาที่นครปฐม ต้องเตรียมอะไรบ้าง

เตรียมสามอย่างพอ หนึ่งคือไทม์ไลน์ของอาการ เริ่มปวดวันไหน ปวดร้าวลงถึงตรงไหน แนวชาลากผ่านตรงไหนบ้าง และท่าไหนที่ทำให้แย่ลงหรือดีขึ้น สองคือรายการยาที่กินอยู่ทั้งหมดรวมทั้งยาที่ซื้อกินเอง และสามคือฟิล์มเอกซเรย์หรือผลตรวจเดิมถ้ามี ถ่ายรูปส่งมาทาง LINE ล่วงหน้าได้ คลินิกอยู่บนถนนหลังพระ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม ใกล้องค์พระปฐมเจดีย์ และจอดรถได้ที่ตลาดโอเดียน แนะนำให้ใส่กางเกงที่ดึงขาขึ้นได้สะดวก เพราะต้องมีการตรวจกำลังกล้ามเนื้อและความรู้สึกที่ขา

ยิ่งรู้เร็วว่าเส้นประสาทถูกกดแค่ไหน ทางเลือกยิ่งเหลือมาก

ทักมาเล่าว่าปวดร้าวลงขาข้างไหน ถึงตรงไหน ชาถึงนิ้วไหน เป็นมากี่สัปดาห์แล้ว ทีมงานช่วยประเมินเบื้องต้น แจ้งค่าใช้จ่ายโดยประมาณ และนัดเวลาให้ก่อนเดินทางมา สอบถามไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีการผูกมัด

LINE แชท LINE ตอบไว ปรึกษาก่อนได้ โทรเลย 089-354-6292