อาการปวดสะโพกร้าวลงขา · คลินิกกระดูกและข้อ นครปฐม

ปวดสะโพกร้าวลงขา นครปฐมปวดลึกในก้น ร้าวลงขา ขาชา ชาปลายเท้า ต้องรู้ก่อนว่าต้นตออยู่ที่หลังหรือที่สะโพก

นั่งนานแล้วปวดลึก ๆ ในก้นข้างเดียว ลุกจากรถทีต้องค่อย ๆ ยันตัวขึ้น แล้วอยู่ ๆ ก็มีเส้นปวดแล่นลงหลังต้นขาไปถึงน่องและปลายเท้า — อาการแบบนี้ไม่ใช่ "เมื่อยธรรมดา" และไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอไป แต่แปลว่าเส้นประสาทกำลังถูกรบกวนอยู่ที่ใดที่หนึ่ง และคุณควรรู้ให้ชัดว่าจุดนั้นอยู่ตรงไหน ก่อนจะเริ่มยืด เริ่มนวด หรือเริ่มกินยาเอง

ตรวจแยกต้นเหตุก่อน หลังกดเส้นประสาท หรือกล้ามเนื้อสะโพกหนีบ
อาจารย์แพทย์เฉพาะทาง วุฒิบัตรออร์โธปิดิกส์ จากแพทยสภา
★ 5.0 จาก 109 รีวิว บน Google Maps ของคลินิก
แพทย์ตรวจประเมินอาการปวดสะโพกร้าวลงขาของผู้ป่วยบนเตียงตรวจในคลินิกกระดูกและข้อที่นครปฐม
รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์
ปวดลึกในก้น
นั่งนานยิ่งปวด
ร้าวลงหลังต้นขา
ถึงน่อง
ชาปลายเท้า
จี๊ดเหมือนไฟช็อต
ขาอ่อนแรง
เดินสะดุด
ลุกจากรถ ขึ้นบันได
แล้วเสียวจี๊ด
เข้าใจอาการก่อน

ปวดสะโพกร้าวลงขาคืออะไร และต่างจากปวดสะโพกธรรมดาอย่างไร

หมอกระดูกนครปฐม ดูแลผู้ที่มีอาการ ปวดสะโพกร้าวลงขา ที่ เบนิต้าคลินิก นครปฐม คลินิกเวชกรรมบนถนนหลังพระ ใกล้องค์พระปฐมเจดีย์ โดย รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ ผู้ถือวุฒิบัตรเฉพาะทางกระดูกและข้อจากแพทยสภา

คำว่า "ปวดสะโพก" ที่คนใช้กันทั่วไปหมายถึงหลายอย่างมาก บางคนหมายถึงเจ็บตรงปุ่มกระดูกด้านข้าง บางคนหมายถึงเจ็บลึกที่ขาหนีบ แต่ ปวดสะโพกร้าวลงขา เป็นคนละเรื่อง เพราะมันไม่ได้อยู่กับที่ มันมี "เส้นทาง" ปวดเริ่มที่ก้นหรือสะโพกด้านหลัง แล้วลากยาวลงไปตามด้านหลังหรือด้านข้างของขา บางคนหยุดแค่ต้นขา บางคนไปถึงน่อง ส้นเท้า หรือปลายนิ้วเท้า อาการที่เดินทางแบบนี้แทบทุกครั้งหมายความว่ามี เส้นประสาท เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อล้า

ในทางการแพทย์ อาการปวดร้าวตามแนวเส้นประสาทไซอาติกลงขาแบบนี้เรียกรวม ๆ ว่า Sciatica ซึ่งเป็น "กลุ่มอาการ" ไม่ใช่ชื่อโรค พูดง่าย ๆ คือมันบอกว่า เส้นประสาทกำลังถูกรบกวน แต่ยังไม่ได้บอกว่า ถูกรบกวนตรงไหนและจากอะไร และนั่นคือคำถามเดียวที่เปลี่ยนแผนการดูแลทั้งหมด

  • ปวดเป็นแนวยาว ไม่ใช่จุดเดียว — ชี้ตำแหน่งเจ็บด้วยนิ้วเดียวไม่ได้
  • มักเป็นข้างเดียว ทั้งข้างซ้ายหรือขวา และสลับข้างได้น้อยมาก
  • มีคำบรรยายแบบ "แปล๊บ" "จี๊ด" "เหมือนไฟช็อต" "เหมือนน้ำร้อนไหลลงขา"
  • อาจมาพร้อมอาการชา เหน็บ หรือรู้สึกขาเบาลงคล้ายไม่ใช่ขาตัวเอง
  • เปลี่ยนตามท่าทาง เช่น นั่งแล้วหนัก ยืนแล้วเบา หรือกลับกัน
ผู้ป่วยชี้แนวปวดจากก้นร้าวลงขาให้แพทย์ดูในห้องตรวจของคลินิกกระดูกและข้อ นครปฐม
แยกให้ออกก่อนรักษา

สองต้นตอหลักที่ต้องแยกให้ออก และวิธีสังเกตความต่างเบื้องต้น

คนที่มีอาการปวดสะโพกร้าวลงขาส่วนใหญ่ตกอยู่ในสองกลุ่มนี้ และสองกลุ่มนี้ต้องการการดูแลคนละแบบ การเดาผิดตั้งแต่ต้นทำให้เสียเวลาเป็นเดือน

แบบที่ 1 เส้นประสาทถูกกดตั้งแต่ที่กระดูกสันหลัง

รากประสาทที่ออกจากกระดูกสันหลังส่วนเอวถูกกดทับหรือระคายเคือง สาเหตุที่พบบ่อยคือหมอนรองกระดูกเคลื่อนไปเบียดราก และในผู้สูงอายุคือ โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบจากความเสื่อม จุดเริ่มของปัญหาอยู่ที่เอว แต่ความรู้สึกปวดไปโผล่ที่ก้นและขา ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นที่สะโพก กลุ่มนี้อาการมักลงต่ำกว่าเข่า ไอจามหรือเบ่งแล้วปวดแล่นลงขา และก้มตัวไปข้างหน้าแล้วอาการมักแย่ลง

แบบที่ 2 กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome)

กล้ามเนื้อชิ้นเล็กที่อยู่ลึกในก้นเกร็งตัวหรือหนาตัวจนไปรบกวนเส้นประสาทที่ลอดผ่านใต้มัน พบบ่อยในคนที่นั่งทำงานทั้งวัน ขับรถระยะยาว นั่งบนกระเป๋าสตางค์ใบหนา หรือคนที่เพิ่งเพิ่มปริมาณการวิ่งขึ้นเร็วเกินไป กลุ่มนี้จุดปวดหลักอยู่ที่กลางก้น กดแล้วเจ็บชัด อาการมักไม่ค่อยลงต่ำกว่าเข่า และจะแย่ลงเวลานั่งนาน บิดสะโพก ลุกจากเบาะรถ หรือขึ้นบันได

ตารางเทียบอาการ

สังเกตด้วยตัวเองเบื้องต้น ว่าอาการของคุณเข้าทางไหนมากกว่า

ก่อนมาตรวจ ลองอ่านตารางนี้ทีละแถวแล้วจดไว้ว่าตัวเองตรงกับคอลัมน์ไหนมากกว่ากัน ไม่ต้องตรงทุกข้อ ดูว่าโน้มไปทางไหนก็พอ แล้วเอาคำตอบนั้นมาเล่าให้แพทย์ฟัง จะช่วยย่นเวลาซักประวัติได้มาก

ตารางเปรียบเทียบอาการปวดสะโพกร้าวลงขาจากรากประสาทที่กระดูกสันหลัง กับจากกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท
สิ่งที่สังเกต เส้นประสาทถูกกดที่กระดูกสันหลัง กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท
จุดที่ปวดมากที่สุด เอวหรือหลังส่วนล่าง แล้วลามลงก้นและขา กลางก้นข้างเดียว กดลึกลงไปแล้วเจ็บตรงจุด
ปวดลงไปไกลแค่ไหน มักผ่านเข่าลงไปถึงน่อง ส้นเท้า หรือปลายนิ้วเท้า ส่วนใหญ่อยู่แค่ก้นและต้นขาด้านหลัง ไม่ค่อยเลยเข่า
ท่าที่ทำให้แย่ลง ก้มตัว ไอ จาม เบ่ง ยืนหรือเดินนาน นั่งนาน ลุกจากรถ ไขว่ห้าง บิดสะโพก ขึ้นบันได
ท่าที่ทำให้ดีขึ้น นอนราบ เปลี่ยนอิริยาบถ บางคนแอ่นหลังเบา ๆ แล้วดีขึ้น ลุกเดิน ยืดขาออกจากท่านั่ง ไม่นั่งบนพื้นแข็ง
อาการชา ชาเป็นแนวชัดเจนตามเส้นประสาท เช่น ด้านนอกน่องถึงหลังเท้า ชาไม่ชัดเป็นแนว มักเป็นความรู้สึกตื้อ ๆ หนา ๆ ที่ก้นและต้นขา
กำลังขา อาจอ่อนแรงจริง เช่น กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น เขย่งไม่ได้ กำลังมักปกติ ที่ดูอ่อนแรงเพราะเจ็บจนไม่กล้าออกแรง
ภาพถ่ายทางรังสี มักพบความผิดปกติที่สอดคล้องกับอาการ ภาพกระดูกสันหลังอาจปกติ หรือเสื่อมตามวัยแต่ไม่ตรงกับอาการ

ที่ต้องย้ำคือ ตารางนี้ช่วย "ตั้งสมมติฐาน" ไม่ได้ช่วย "สรุป" เพราะคนไข้จริงมักไม่ได้ตรงกับตำราทั้งคอลัมน์

ตารางนี้ใช้ตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้ใช้วินิจฉัยแทนการตรวจ ในความเป็นจริงมีคนจำนวนไม่น้อยที่เป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน เช่น หลังเสื่อมอยู่เดิม แล้วกล้ามเนื้อก้นเกร็งซ้อนขึ้นมาอีกชั้น การตรวจร่างกายด้วยการทดสอบเฉพาะจุด เช่น การยกขาเหยียดตรง การทดสอบท่านั่งโน้มตัว และการทดสอบกล้ามเนื้อสะโพก คือสิ่งที่แยกสองภาวะนี้ออกจากกันได้จริง

ต้นเหตุอื่นที่ทำให้ปวดสะโพกร้าวลงขาได้เหมือนกัน

นอกจากสองกลุ่มหลักข้างต้น ยังมีอีกหลายภาวะที่ให้อาการคล้ายกันมากจนแยกด้วยตาเปล่าไม่ได้ และเป็นเหตุผลว่าทำไมการ "รักษาตามคลิปในอินเทอร์เน็ต" ถึงมักไม่ได้ผล

  • ข้อสะโพกเสื่อม — ปวดลึกที่ขาหนีบและก้น ร้าวลงมาถึงหน้าขาหรือเข่า หมุนขาเข้าในแล้วเจ็บ ใส่ถุงเท้าหรือตัดเล็บเท้าลำบาก
  • ข้อต่อกระเบนเหน็บอักเสบ — ปวดตรงรอยบุ๋มเหนือก้นข้างเดียว ลุกจากเก้าอี้และพลิกตัวบนเตียงแล้วเจ็บ
  • เอ็นและถุงน้ำสะโพกด้านนอกอักเสบ — เจ็บตรงปุ่มกระดูกด้านข้างสะโพก นอนตะแคงทับข้างนั้นไม่ได้
  • จุดกดเจ็บของกล้ามเนื้อก้นและหลังส่วนล่าง — ปวดร้าวได้คล้ายเส้นประสาทแต่ไม่มีอาการชาหรืออ่อนแรงจริง
  • ภาวะที่พบไม่บ่อยแต่พลาดไม่ได้ — การติดเชื้อ เนื้องอก หรือกระดูกหักยุบในผู้สูงอายุที่กระดูกบาง ซึ่งมักมาพร้อมสัญญาณเตือนที่จะกล่าวถึงด้านล่าง
อ่านสัญญาณของเส้นประสาท

ขาชา ชาปลายเท้า และขาอ่อนแรง แต่ละอย่างแปลว่าอะไร

ความปวดบอกว่าเส้นประสาทถูกรบกวน แต่อาการชาและอ่อนแรงบอกว่า ถูกรบกวนมากแค่ไหน — และนี่คือส่วนที่คนไข้มักเล่าข้ามไป ทั้งที่เป็นข้อมูลสำคัญที่สุดในการตัดสินใจว่าจะรอได้หรือรอไม่ได้

ชาแบบเหน็บ ๆ เป็นพัก ๆ

ชาแบบซ่า ๆ เหมือนนั่งทับขานาน มาแล้วหายไปเองเมื่อเปลี่ยนท่า มักหมายถึงเส้นประสาทถูกรบกวนไม่มาก กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ตอบสนองดีต่อการปรับท่าทาง การลดกิจกรรมที่กระตุ้น และการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ แต่ควรได้รับการตรวจเพื่อยืนยันว่าเป็นแบบนี้จริง ไม่ใช่ระยะเริ่มต้นของอย่างอื่น

ชาปลายเท้าอยู่ตลอดเวลา

ชาที่ปลายเท้าหรือนิ้วเท้าซึ่งไม่หายไปแม้เปลี่ยนท่า สัมผัสแล้วรู้สึกทื่อกว่าอีกข้าง หรือหยิบของด้วยนิ้วเท้าไม่รู้สึก แปลว่าการนำสัญญาณของเส้นประสาทถูกรบกวนต่อเนื่อง ควรได้รับการตรวจโดยไม่รอ เพราะอาการชาที่คงอยู่นานเป็นสิ่งที่ฟื้นตัวช้ากว่าอาการปวด

ขาอ่อนแรงจริง ไม่ใช่แค่เจ็บ

เขย่งปลายเท้าข้างนั้นไม่ขึ้น กระดกข้อเท้าไม่ได้จนปลายเท้าตกและเดินสะดุดพื้น ลุกจากเก้าอี้เตี้ยด้วยขาข้างเดียวไม่ได้ หรือกล้ามเนื้อน่องข้างนั้นเล็กลงกว่าอีกข้าง ทั้งหมดนี้คือกำลังที่หายไปจริง ไม่ใช่แค่ปวด และเป็นเหตุผลให้เร่งตรวจทันที

ทดสอบง่าย ๆ ที่บ้านก่อน แล้วส่งผลมาให้เราดู

จับพนักเก้าอี้ไว้ แล้วลองเขย่งปลายเท้าทีละข้าง 10 ครั้ง จากนั้นลองยืนลงน้ำหนักที่ส้นเท้าโดยกระดกปลายเท้าขึ้นทีละข้าง ถ้าข้างที่ปวดทำได้น้อยครั้งกว่าอย่างชัดเจนหรือทำไม่ได้เลย ให้ถ่ายคลิปสั้น ๆ แล้วส่งมาทาง LINE พร้อมบอกว่าปวดเริ่มตรงไหนและลงไปสุดตรงไหน เราจะช่วยประเมินให้ว่าควรรีบเข้ามาตรวจแค่ไหน

นักกายภาพบำบัดแนะนำท่านั่งและการจัดเบาะรองนั่งให้ผู้ป่วยที่มีอาการปวดสะโพกร้าวลงขาในคลินิกนครปฐม
ทำไมยิ่งนั่งยิ่งปวด

นั่งนาน ขับรถนาน แล้วอาการหนักขึ้นทุกที เพราะอะไร

คนไข้ที่เดินเข้ามาหาเราด้วยอาการนี้ ส่วนใหญ่พูดประโยคเดียวกัน คือ "นั่งทำงานทั้งวันแล้วปวด" หรือ "ขับรถจากนครปฐมเข้ากรุงเทพฯ ทีไร ลุกจากรถแทบไม่ได้" เหตุผลมีสองชั้นซ้อนกัน

ชั้นแรก ท่านั่งโดยเฉพาะท่านั่งหลังค่อมทำให้แรงดันในหมอนรองกระดูกช่วงเอวสูงกว่าท่ายืน ถ้าปัญหาของคุณอยู่ที่หมอนรองกระดูก การนั่งนานจึงเท่ากับกดซ้ำที่จุดเดิมชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า ชั้นที่สอง การนั่งคือการที่น้ำหนักตัวทั้งหมดกดทับกล้ามเนื้อชั้นลึกของก้นโดยตรง เมื่อกล้ามเนื้อนั้นเกร็งอยู่แล้ว การกดทับซ้ำ ๆ ยิ่งทำให้เส้นประสาทที่ลอดผ่านถูกบีบมากขึ้น

ที่ร้ายกว่านั้นคือเบาะรถยนต์ เบาะรถส่วนใหญ่เตี้ยและเอนไปด้านหลัง ทำให้เข่าสูงกว่าสะโพก หลังส่วนล่างจึงงอค้าง และเท้าขวาต้องคุมคันเร่งตลอดเวลา สะโพกข้างนั้นแทบไม่ได้เปลี่ยนท่าเลย คนที่ขับรถวันละหลายชั่วโมงจึงมักเป็นข้างขวา

  • ตั้งเวลาลุกทุก 30–45 นาที เดินสัก 1–2 นาที แล้วค่อยกลับมานั่ง — สั้นแต่บ่อยดีกว่ายาวแล้วนาน ๆ ครั้ง
  • ปรับให้สะโพกอยู่สูงกว่าเข่าเล็กน้อย ใช้เบาะรองก้นเสริมถ้าเก้าอี้หรือเบาะรถเตี้ยเกินไป
  • เอากระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าหลัง อย่านั่งทับข้างเดียวทั้งวัน
  • เลี่ยงนั่งไขว่ห้างและนั่งพับเพียบนาน ๆ ทั้งสองท่าบิดสะโพกค้างไว้
  • เดินทางไกล จอดพักยืดขาทุกชั่วโมง และอย่านั่งบนพื้นแข็งโดยไม่มีเบาะรอง
คำเตือนสำคัญเรื่องท่าบริหาร

ท่าบริหารที่ช่วยได้ และท่าที่ยิ่งทำยิ่งแย่ลง

นี่คือหัวข้อที่เราต้องแก้ให้คนไข้บ่อยที่สุด คนจำนวนมากดูคลิปแล้วยืดตามอย่างตั้งใจทุกวัน แล้วอาการหนักขึ้นแทนที่จะดีขึ้น ไม่ใช่เพราะไม่ขยัน แต่เพราะเลือกท่าที่ไปดึงเส้นประสาท ที่กำลังอักเสบอยู่ให้ตึงมากขึ้นไปอีก

อ่านกติกาข้อนี้ก่อนทำท่าใด ๆ: ระหว่างและหลังบริหาร ให้สังเกตว่าอาการที่ร้าวลงขา ถอยกลับขึ้นมาใกล้ก้นหรือหลังมากขึ้นหรือไม่ ถ้าใช่ แปลว่ามาถูกทาง แต่ถ้าอาการวิ่งลงไปไกลกว่าเดิม ชามากขึ้น หรือรู้สึกอ่อนแรงมากขึ้น ให้หยุดทันที อย่าฝืนทำต่อด้วยความคิดว่าเดี๋ยวก็ชิน และมาให้แพทย์ประเมินก่อนว่าท่าไหนเหมาะกับต้นเหตุของคุณจริง ๆ เนื้อหาในหัวข้อนี้เป็นการอธิบายหลักการทั่วไป ไม่ใช่โปรแกรมเฉพาะบุคคล และไม่ควรใช้แทนการตรวจโดยแพทย์

ทิศทางที่มักช่วยได้

หลักการที่ใช้ได้กว้าง ๆ ระหว่างรอเข้ามาตรวจ โดยทำเท่าที่ไม่กระตุ้นอาการ

  • ขยับบ่อย ๆ ในระยะที่ไม่เจ็บ — เดินสั้น ๆ หลายรอบต่อวัน ดีกว่านอนนิ่งทั้งวัน การนอนพักยาวเกิน 1–2 วันทำให้อาการฟื้นช้าลง
  • ท่าที่ทำให้อาการถอยกลับขึ้นมาใกล้ก้นหรือหลัง — เช่น การนอนคว่ำแล้วค่อย ๆ ยันตัวขึ้นเบา ๆ ในบางคนที่มีปัญหาหมอนรองกระดูก
  • ยืดกล้ามเนื้อสะโพกแบบนุ่มนวลและค้างสั้น — ในคนที่ต้นเหตุคือกล้ามเนื้อก้นเกร็ง ยืดแบบพอรู้สึกตึง ไม่ใช่ยืดจนเจ็บ
  • สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อก้น — เป็นตัวรับแรงแทนหลัง ช่วยลดการกลับมาเป็นซ้ำ
  • หายใจออกช้า ๆ ระหว่างทำ — การกลั้นหายใจเบ่งเพิ่มแรงดันในช่องท้องและทำให้อาการร้าวลงขาแรงขึ้น

ท่าที่ควรหลีกเลี่ยงไว้ก่อนจนกว่าจะรู้ต้นเหตุ

ท่าเหล่านี้คือกลุ่มที่คนไข้ของเราทำแล้วอาการแย่ลงบ่อยที่สุด

  • ก้มตัวแตะปลายเท้าโดยเข่าตึง — ท่าคลาสสิกที่ดึงเส้นประสาทตรง ๆ และงอหลังพร้อมกัน ถ้าปัญหาคือหมอนรองกระดูก ท่านี้ทำให้แย่ลงได้เร็วที่สุด
  • ยืดกล้ามเนื้อหลังต้นขาแรง ๆ ค้างนาน — หลายคนคิดว่าตึงเพราะขาดการยืด ทั้งที่ความตึงนั้นคือปฏิกิริยาป้องกันตัวของเส้นประสาท
  • ท่าไขว่ห้างกดเข่าลงลึก ๆ หรือท่านกพิราบแบบกดสุด — ถ้าเส้นประสาทกำลังอักเสบ การกดลึกที่ก้นทำให้ปวดร้าวลงขามากขึ้น
  • ซิทอัพ ครันช์ และการงอตัวซ้ำ ๆ — เพิ่มแรงกดที่หมอนรองกระดูกในทิศเดียวกับที่ทำให้เกิดปัญหา
  • ยกของหนักด้วยการก้มหลัง และการบิดลำตัวขณะยก — หนึ่งครั้งก็เพียงพอที่จะทำให้อาการที่กำลังดีขึ้นย้อนกลับมาใหม่
  • ให้คนอื่นเหยียบหลังหรือดัดสะโพกแรง ๆ — โดยเฉพาะเมื่อยังไม่รู้ว่าต้นเหตุคืออะไร
คำถามที่ถูกค้นหามากที่สุด

ปวดสะโพกร้าวลงขาหายเองได้ไหม และควรให้เวลาตัวเองนานแค่ไหน

คำตอบสั้น ๆ คือ "ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เอง แต่ไม่ใช่ทุกคน และไม่ใช่ทุกอาการ" ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าเฉลี่ยจากงานวิจัย ผลจริงต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับต้นเหตุ อายุ ลักษณะงาน และโรคประจำตัว เราไม่รับปากว่าจะหายภายในกี่สัปดาห์ แต่รับปากว่าจะบอกคุณตรง ๆ ว่าตอนนี้อยู่ตรงไหนของเส้นทางนี้ และยังเหลือทางเลือกอะไรบ้าง

  1. 1

    สัปดาห์ที่ 1–2 · ช่วงที่ยังรอดูอาการได้

    ถ้าไม่มีอาการเตือนอันตราย ช่วงนี้ให้เน้นขยับเท่าที่ไหว หลีกเลี่ยงท่าที่กระตุ้นชัดเจน และอย่านอนนิ่งยาว ๆ คนจำนวนหนึ่งอาการเริ่มทุเลาลงเองในช่วงนี้ แต่ถ้าปวดจนนอนไม่หลับหรือทำงานไม่ได้ตั้งแต่ต้น ไม่ต้องรอให้ครบสองสัปดาห์ก็มาตรวจได้

  2. 2

    สัปดาห์ที่ 3–6 · จุดที่ไม่ควรปล่อยต่อแล้ว

    ถ้าผ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาการยังเท่าเดิมหรือแย่ลง แปลว่าร่างกายไม่ได้กำลังจัดการมันเอง งานวิจัยพบว่าผู้ที่มีอาการปวดร้าวลงขาจากรากประสาทราวครึ่งหนึ่งดีขึ้นชัดเจนภายในราวหกสัปดาห์ การที่คุณไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้นคือข้อมูลสำคัญ ควรตรวจเพื่อหาว่าติดอยู่ที่อะไร

  3. 3

    สัปดาห์ที่ 6–12 · ช่วงที่ผลลัพธ์เริ่มแยกทาง

    คนส่วนใหญ่ที่จะดีขึ้นเองมักดีขึ้นภายในช่วงนี้ ส่วนผู้ที่ยังไม่ดีขึ้นควรได้รับการประเมินซ้ำ เพื่อดูว่าแนวทางเดิมยังเหมาะอยู่หรือไม่ ควรตรวจเพิ่มหรือไม่ และมีปัจจัยอื่น เช่น งานที่ต้องนั่งนานหรือยกของ ที่ทำให้อาการไม่ยอมสงบหรือเปล่า

  4. 4

    เกิน 3 เดือน · กลายเป็นเรื้อรัง แต่ยังทำอะไรได้อีกมาก

    มีผู้ป่วยประมาณหนึ่งในสามที่ยังมีอาการเหลืออยู่เกินหนึ่งปี กลุ่มนี้ไม่ได้แปลว่าหมดทาง แต่แปลว่าต้องกลับมาตั้งต้นใหม่ให้ถูก คือระบุต้นเหตุให้ชัด แล้ววางแผนที่มีเป้าหมายวัดผลได้ ไม่ใช่ทำสิ่งเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ เพราะเคยรู้สึกว่าดีขึ้นนิดหน่อย

สัญญาณฉุกเฉิน

อาการกลุ่มนี้ ห้ามรอนัด ให้ไปโรงพยาบาลทันที

อาการปวดสะโพกร้าวลงขาส่วนใหญ่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่มีกลุ่มเล็ก ๆ ที่เป็นภาวะฉุกเฉินจริง และการรอไปอีกสองสามวันอาจทำให้เส้นประสาทเสียหายถาวร ถ้าคุณมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ไม่ใช่รอคิวคลินิก

  • ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะเล็ดโดยไม่รู้ตัว หรือกลั้นอุจจาระไม่อยู่
  • ชารอบก้น ฝีเย็บ และอวัยวะเพศ แบบที่นั่งบนเก้าอี้แล้วรู้สึกเหมือนนั่งบนอะไรที่ไม่ใช่ผิวตัวเอง
  • ขาอ่อนแรงสองข้าง หรืออ่อนแรงข้างเดียวที่แย่ลงเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน
  • ปลายเท้าตกเฉียบพลัน กระดกข้อเท้าไม่ขึ้นจนเดินสะดุดพื้น
  • ปวดร้าวลงขาหลังอุบัติเหตุ เช่น ล้มก้นกระแทก รถชน หรือตกจากที่สูง
  • ปวดร่วมกับไข้ หนาวสั่น หรือมีประวัติติดเชื้อในกระแสเลือดหรือกดภูมิคุ้มกัน

และมีอีกกลุ่มที่ไม่ใช่ฉุกเฉินทันที แต่ควรได้รับการตรวจโดยไม่รอดูอาการต่อ ได้แก่ ปวดตอนกลางคืนจนตื่นทั้งที่ไม่ได้ขยับ น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ มีประวัติเป็นมะเร็งมาก่อน มีอาการชาที่คงอยู่ตลอดเวลา หรืออายุมากกว่า 60 ปีแล้วเพิ่งเริ่มมีอาการปวดร้าวลงขาครั้งแรก

คำถามที่คนค้นหาบ่อยคือ "ปวดสะโพกร้าวลงขาเป็นมะเร็งไหม" คำตอบตรง ๆ คือ ส่วนใหญ่ไม่ใช่ อาการนี้เกือบทั้งหมดมาจากเส้นประสาท กล้ามเนื้อ และข้อต่อ แต่การจะสบายใจได้จริงต้องมาจากการตรวจ ไม่ใช่จากการอ่านต่อไปเรื่อย ๆ ในอินเทอร์เน็ตตอนตีสอง
มาที่คลินิกแล้วเจออะไร

เราตรวจอะไรบ้าง กว่าจะบอกได้ว่าเส้นประสาทของคุณถูกกดตรงไหน

การตรวจอาการปวดร้าวลงขาไม่ได้เริ่มที่เครื่องมือ แต่เริ่มที่การฟังว่าอาการเดินทางอย่างไร เพราะแนวของความปวดและอาการชาบอกได้ค่อนข้างมากว่าเส้นประสาทระดับไหนกำลังถูกรบกวน

  • ซักประวัติเส้นทางของอาการ — เริ่มที่ไหน ไปสุดตรงไหน เป็นตอนไหนของวัน ท่าไหนแย่ลง ท่าไหนดีขึ้น
  • ตรวจการเคลื่อนไหวของหลังและสะโพก — ก้ม แอ่น บิด และการหมุนข้อสะโพก เพื่อดูว่าท่าไหนสร้างอาการซ้ำได้
  • ทดสอบการดึงรั้งเส้นประสาท — เช่น การยกขาเหยียดตรงและการทดสอบท่านั่งโน้มตัว ช่วยแยกอาการจากรากประสาทออกจากอาการของกล้ามเนื้อ
  • ทดสอบกล้ามเนื้อสะโพกชั้นลึก — ท่าที่งอ หุบ และหมุนสะโพกเข้าใน เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อก้นกำลังหนีบเส้นประสาทอยู่หรือไม่
  • ตรวจกำลังกล้ามเนื้อ ความรู้สึก และรีเฟล็กซ์ — เขย่ง กระดกข้อเท้า เหยียดเข่า และเทียบความรู้สึกสองข้าง
  • ใช้เครื่องมือประเมินประกอบเมื่อจำเป็น — เช่น อัลตราซาวด์ประเมินเนื้อเยื่อรอบสะโพก หรือส่งภาพถ่ายทางรังสีเมื่อผลตรวจร่างกายบ่งชี้

จบการตรวจ คุณจะได้ยินสามอย่างเสมอ คือ ต้นเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดคืออะไร อาการอยู่ในระดับที่รอได้หรือรอไม่ได้ และทางเลือกในการดูแลมีอะไรบ้าง พร้อมเงื่อนไขว่าถ้าถึงจุดไหนจึงควรพิจารณาแนวทางที่จริงจังขึ้น เราพูดถึงแนวทางที่ไม่ต้องผ่าตัดก่อนเสมอ และไม่ยื้อไว้เพื่อขายการรักษาเพิ่ม

แพทย์ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อขาและการยกขาเหยียดตรงเพื่อประเมินเส้นประสาทของผู้ป่วยที่ปวดสะโพกร้าวลงขา
เสียงจากผู้เข้ารับบริการ

สิ่งที่คนไข้เขียนถึงเราไว้บน Google

ข้อความด้านล่างคัดมาจากรีวิวสาธารณะบน Google Maps ของเบนิต้าคลินิก นครปฐม แสดงเฉพาะเนื้อความ ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้เขียน ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามอาการและระยะของโรค

คุณหมออธิบายเข้าในง่าย ให้คำแนะนำดีค่ะ ใส่ใจในการตรวจ มีเช็คด้วยเครื่องอัลตร้าซาวให้เห็นภาพประเมินก่อนการรักษา พยาบาลใส่ใจดูแลให้คำแนะนำดีค่ะ คลินิกสวยนั่งรอสบาย คลีนๆๆ ไม่อึดอัด 👍🏼🌟

รีวิวบน Google Maps

บริการดีมากค่ะได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ไม่มีพยานขายแพ็คเกจต่อเนื่องมาแล้วสบายใจค่ะรู้สึกดีกับเบนิต้า...ตอนนี้เป็นคนไข้ประจำแล้วล่ะคิดว่านะ

รีวิวบน Google Maps

พี่ๆ พนักงานดูแลดีมากค่ะ ตั้งแต่ติดต่อสอบถาม จนถึงเข้ามาปรึกษา แนะนำดีมากค่ะ มีอาหารว่างและน้ำบริการ ตอนเข้ามามีโปรโมชั่นพอดีค่ะ

รีวิวบน Google Maps

ประทับใจเจ้าหน้าที่ในคลีนิคที่ต้อนรับเป็นอย่างดี และคุณหมอให้คำแนะนำละเอียดมาก รวมถึงให้การรักษาที่เหมาะสมกับอาการครับ

รีวิวบน Google Maps

พนักงานและแพทย์ทุกคนที่นี่ดูแลดีมากค่ะ ใส่ใจในทุกรายละเอียด และให้คำแนะนำดีๆ ตลอดการรักษา บริการดีมาก

รีวิวบน Google Maps
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่คนปวดสะโพกร้าวลงขาถามเรามากที่สุด

ปวดสะโพกร้าวลงขา เกิดจากอะไรได้บ้าง

ต้นเหตุที่พบบ่อยที่สุดมีสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือรากประสาทบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอวถูกกดทับ ซึ่งมักมาจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ กลุ่มที่สองคือกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท หรือ Piriformis Syndrome ที่เส้นประสาทถูกรบกวนตรงบริเวณก้น นอกจากนี้ยังมีข้อสะโพกเสื่อม ข้อต่อกระเบนเหน็บอักเสบ และเอ็นสะโพกด้านนอกอักเสบ ที่ทำให้ปวดร้าวลงขาได้คล้ายกัน แต่ละแบบใช้แนวทางดูแลไม่เหมือนกัน จึงต้องตรวจร่างกายและประเมินก่อน ไม่ควรเดาเอง

ปวดสะโพกร้าวลงขาหายเองได้ไหม ใช้เวลานานแค่ไหน

ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เอง งานวิจัยเกี่ยวกับอาการปวดร้าวลงขาจากรากประสาทรายงานว่า คนจำนวนมากอาการทุเลาลงชัดเจนภายใน 6 ถึง 12 สัปดาห์ แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งราวหนึ่งในสามที่ยังมีอาการเหลืออยู่นานเกินหนึ่งปี ตัวเลขนี้ต่างกันในแต่ละคนและขึ้นกับต้นเหตุ ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นเลยหลังดูแลตัวเอง 2 ถึง 3 สัปดาห์ ปวดจนนอนไม่หลับ หรือมีอาการชาและอ่อนแรงร่วมด้วย ไม่ควรรอต่อ ควรให้แพทย์ตรวจว่าต้นเหตุอยู่ตรงไหน

ปวดสะโพกร้าวลงขา กินยาอะไรถึงจะหาย

ยาแก้ปวดและยาลดการอักเสบช่วยคุมอาการให้ขยับได้ในช่วงที่ปวดมาก แต่ยาไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุว่าเส้นประสาทถูกกดจากอะไร การซื้อยาแก้ปวดกินเองต่อเนื่องหลายสัปดาห์มีความเสี่ยงต่อกระเพาะอาหารและไต โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ยาชนิดใดเหมาะกับใครต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาหลังตรวจ และไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งไว้เองโดยไม่ปรึกษา

ปวดสะโพกร้าวลงขาจนเดินไม่ได้ ต้องทำยังไง

ต้องแยกก่อนว่าเดินไม่ได้เพราะปวดมากจนไม่กล้าลงน้ำหนัก หรือเดินไม่ได้เพราะขาไม่มีแรงจริง ถ้าเป็นอย่างหลัง เช่น กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น ปลายเท้าตก เขย่งไม่ได้ หรือขาอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ถือเป็นภาวะที่ต้องได้รับการตรวจโดยเร็ว ไม่ควรรอดูอาการต่อ และหากมีอาการควบคุมการขับถ่ายไม่ได้หรือชารอบก้นร่วมด้วย ต้องไปโรงพยาบาลทันที

ปวดสะโพกร้าวลงขา เป็นสัญญาณของมะเร็งหรือเปล่า

ส่วนใหญ่ไม่ใช่ อาการปวดสะโพกร้าวลงขาเกือบทั้งหมดมาจากเส้นประสาท กล้ามเนื้อ และข้อต่อ แต่มีลักษณะบางอย่างที่แพทย์ใช้เป็นสัญญาณให้ตรวจเพิ่ม เช่น ปวดตอนกลางคืนจนตื่นทั้งที่ไม่ได้ขยับ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ มีไข้เรื้อรัง เคยมีประวัติมะเร็งมาก่อน หรือปวดที่ไม่สัมพันธ์กับท่าทางเลย ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ควรมาให้แพทย์ตรวจเพื่อความสบายใจ การตรวจให้รู้เร็วดีกว่านั่งกังวลอยู่กับข้อมูลในอินเทอร์เน็ต

ท่าบริหารแก้ปวดสะโพกร้าวลงขา ทำเองที่บ้านได้ไหม

ทำได้ แต่ต้องเลือกให้ตรงกับต้นเหตุ ท่ายืดที่คนนิยมทำตามคลิปอย่างการก้มแตะปลายเท้า หรือยืดกล้ามเนื้อหลังต้นขาแรง ๆ อาจดึงรั้งเส้นประสาทที่กำลังอักเสบจนอาการหนักขึ้นได้ หลักง่าย ๆ ที่ใช้ได้กับทุกคนคือ ระหว่างและหลังบริหาร อาการที่ร้าวลงขาควรถอยกลับขึ้นมาใกล้ก้นหรือหลังมากขึ้น ถ้าอาการกลับวิ่งลงไปไกลกว่าเดิม ชามากขึ้น หรืออ่อนแรงมากขึ้น ให้หยุดทันทีและมาให้แพทย์ประเมินก่อน

ต้องเอกซเรย์หรือทำ MRI ทุกคนไหม

ไม่ใช่ทุกคน การตรวจร่างกายอย่างละเอียดร่วมกับประวัติอาการบอกได้มากกว่าที่หลายคนคิด ภาพถ่ายทางรังสีมีประโยชน์เมื่อผลตรวจไม่ชัดเจน อาการไม่ตอบสนองตามที่ควร มีอาการชาหรืออ่อนแรงชัดเจน หรือกำลังพิจารณาแนวทางที่ต้องอาศัยความแม่นยำของตำแหน่งรอยโรค แพทย์จะอธิบายเหตุผลก่อนทุกครั้งว่าทำไมต้องส่งตรวจ และตรวจแล้วจะเปลี่ยนแผนการดูแลอย่างไร

ตั้งครรภ์แล้วปวดสะโพกร้าวลงขา ทำอย่างไรได้บ้าง

อาการปวดสะโพกร้าวลงขาระหว่างตั้งครรภ์พบได้บ่อย เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแนวของกระดูกเชิงกราน และฮอร์โมนที่ทำให้เอ็นรอบข้อต่อหย่อนตัว ส่วนใหญ่ดูแลได้ด้วยการปรับท่านั่งท่านอน ใช้หมอนรองระหว่างเข่าเวลานอนตะแคง เลี่ยงการนั่งไขว่ห้างและยืนนาน การใช้ยาและการเลือกท่าบริหารต้องปรึกษาแพทย์ที่ดูแลการตั้งครรภ์ร่วมด้วยเสมอ และหากมีอาการชาหรืออ่อนแรงของขา ควรได้รับการตรวจโดยไม่รอ

เล่าให้ฟังก่อนว่าปวดเริ่มตรงไหน และลงไปสุดตรงไหน

แค่สองข้อมูลนี้ก็ช่วยให้เราประเมินเบื้องต้นได้แล้วว่าน่าจะเป็นเส้นประสาทที่หลัง หรือกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท ทักมาเล่าอาการทาง LINE แล้วเราแจ้งค่าใช้จ่ายโดยประมาณและวันเวลาที่เข้ามาตรวจได้ก่อนเดินทางมา สอบถามไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีการผูกมัด

LINE แชท LINE ตอบไว ปรึกษาก่อนได้ โทรเลย 089-354-6292